ถ่ายวีดีโอแล้วอยากเอามาลงเว็บไซต์ จะทำยังไงดี

รับถ่ายวีดีโองานแต่งงานมา ไปถ่ายวีดีโองานแสดงของลูกมา เพื่อนๆวานให้ไปช่วยถ่ายวีดีโองานรับปริญญา หลังจากตัดต่อวีดีโอเสร็จแล้ว อยากจะเอาลงเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้า เพื่อนๆ  ญาติๆได้ดูวีดีโอที่ถ่ายมานั้น เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะเตรียมวีดีโอลงเว็บไซต์ และทำให้คนดูวีดีโอของเราที่เอาลงเว็บไซต์ ดูแล้วสนุก ไม่น่าเบื่อ เรามาลองดูกันเลยครับ

เตรียมวีดีโอ

เมื่อเราไปรับถ่ายวีดีโองานต่างๆมา ซึ่งแต่ะละงานจะมีพิธีการที่แตกต่างกัน และมีขั้นตอนในการตัดต่อวีดีโอที่ไม่เหมือนกัน บางงานที่ไปถ่ายวีดีโอมา เช่น งานแต่งงาน การตัดต่ออาจจะแยกเป็นส่วน Hilight ส่วนพิธีการบนเวที หรืออาจจะเป็นงานสัมมนา การตัดต่อก็อาจจะแบ่งเป็นช่วงๆ เช่น ช่วงเช้าถึงเที่ยงแล้วพักเบรก ต่อด้วยช่วงเย็นถึงจนจบ เราจะตัดต่อวีดีโองานต่างๆเหล่านั้นอย่างไรให้เหมาะสมกับการเอาลงเว็บไซต์

1. วีดีโอมีความยาวเกินไป

การที่เราจะเอาวีดีโอที่ถ่ายมาและตัดต่อเสร็จแล้วทั้งหมดลงในเว็บไซต์ เราควรจะแบ่งวีดีโอออกเป็นส่วนๆแล้วเอาลงเว็บไซต์ทีละส่วน เพื่อไม่ให้วีดีโอมีความยาวเกินไป เช่น ส่วนที่เป็น Hilight ส่วนที่เป็นสารบัญ หรืออาจจะแบ่งวีดีโอออกเป็นบทๆในงานบรรยาย เพื่อที่จะทำให้คนดูๆแล้วไม่รู้สึกน่าเบื่อ และการอัพโหลดไฟล์ลง Web Video เช่น Youtube จะมีข้อจำกัดในการอัพโหลดไฟล์วีดีโอได้ไม่เกิน 2 GB และ 15 นาที ยกตัวอย่างเช่น

YouTube Preview Image

การเตรียมวีดีโองานแต่งงานลงเว็บไซต์

ไฟล์ที่ 1 – Hilight ในงานแต่งงาน

ไฟล์ที่ 2 – พิธีการบนเวที

ไฟล์ที่ 3 – Behind the scenes (เบื้องหลังงานแต่งงาน)

YouTube Preview Image

การเตรียมวีดีโองานบรรยายลงเว็บไซต์

ไฟล์ที่ 1 – Course Outline

ไฟล์ที่ 2 – สารบัญ

ไฟล์ที่ 3 – เนื้อหาบทที่ 1

การแบ่งไฟล์วีดีโอออกเป็นส่วนๆสามารถทำได้ด้วยโปรแกรมตัดต่อวีดีโอทั่วๆไปครับ ผมจะแนะนำโปรแกรมที่ใช้งานง่ายๆมาฝากครับ ที่สำคัญเป็น Freeware ด้วยครับ

MPEG Streamclip 1.2 : http://dl.dropbox.com/u/13237042/MPEG_Streamclip_1.2.zip

a. เปิดโปรแกรมขึ้นมาและเลือกไฟล์วีดีโอ

b. เลือกตำแหน่งเริ่มต้นของวีดีโอแล้วเลือก Select in

c. เลือกตำแหน่งสุดท้ายของวีดีโอแล้วเลือก Select out

d. ทำการ export ไฟล์ โดยเลือก File – Save as เลือกตำแหน่งเก็บไฟล์ แล้วเราก็จะได้วีดีโอที่ตัดออกมาแล้วครับ

2. หา Web Video เพื่อที่จะอัพโหลดวีดีโอ

ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ให้บริการอัพโหลดไฟล์วีดีโอที่เป็นที่นิยม คือ Youtube, Vimeo ซึ่งในบทก่อนผมได้อธิบายไว้แล้วครับถึงวิธีการอัพโหลดวีดีโอขึ้น Youtube ครับ และข้อจำกัดต่างๆในการอัพโหลดวีดีโอครับ ซึ่งการอัพโหลดวีดีโอขึ้น Vimeo ก็จะมีรายละเอียดคล้ายๆกับ Youtube ครับ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ครับ

3. อย่าลืมปรับแต่งขนาดของตัวหนังสือ

เนื่องจากว่าวีดีโอที่เราอัพโหลดไปยังเว็บไซต์ ผู้ชมจะดูผ่านหน้าจอ Monitor ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าจอโทรทัศน์มาก ทำให้ตัวหนังสือที่เราใส่ในวีดีโอ เมื่อดูผ่านเว็บไซต์อาจจะดูเล็กกว่าปกติ เพราะฉะนั้นเราต้องปรับขนาดของตัวหนังสือให้ใหญ่กว่าปกติ และสีของตัวหนังสือและฉากหลังต้องดูแตกต่างกัน โดยอาจจะใช้คำที่สรุปสั้นลงเพื่อให้สามารถใช้ตัวหนังสือได้ใหญ่มากขึ้น

เป็นยังไงบ้างครับ การรับถ่ายวีดีโอในงานต่อๆไป เราก็สามารถอัพโหลดไฟล์วีดีโอลงเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองแล้ครับ โดยที่คนดูเมื่อดูแล้วก็สนใจที่จะติดตามต่อ เพราะเราได้แบ่งวีดีโอออกมาเป็นช่วงๆแล้ว ถ้าเรากลัวว่าเพื่อนๆอาจจะไม่รู้ว่าเราอัพโหลดวีดีโอลงไปใหม่ก็อาจใช้ Tweeter ทำการทวีตบอกเพื่อนๆก็ได้ครับว่า เราได้เอาวีดีโอใหม่ลงเว็บไซต์แล้วนะ

You may also like...