เบื้องหลังงานถ่ายวีดีโอ ค่ายกล้าอาสา ครั้งที่ ๔๒ “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจอิ่มบุญ”

Smile Pro Video สวัสดีครับ เพิ่งผ่านเทศกาลสงกรานต์กันมา เพื่อนๆหลายคนได้กลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวในต่างจังหวัดและได้เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน ส่วนผมได้มีโอกาสไปออกค่ายอาสา เดินป่าลุยน้ำ ไปกับโครงการกล้าแผ่นดิน วันที่ ๑-๑๐ เมษายน ๒๕๕๗ ณ ห้องเรียนบ้านเกาะสะเดิ่ง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ต้องขอบอกว่ามันส์มากเลยครับ ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนชนบท ได้สะกดถึงคำว่ากินอยู่อย่างพอเพียง ได้ยืนเคียงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ได้ทำงานฝึกความอดทน ได้ฝึกฝนเทคนิคการถ่ายวีดีโอ….. ร่ายยาวมาเป็นคำกลอนเลยครับ ผมจะแบ่งปันประสบการณ์ในการถ่ายวีดีโอสำหรับกิจกรรมลุยๆแบบนี้ เผื่อในอนาคตข้างหน้าเพื่อนๆได้มีโอกาสในการถ่ายวีดีโอสถานการณ์เดียวกัน ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ถ่ายแบบไหน เราไปติดตามชมกันได้เลยครับ

การถ่ายวีดีโอกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น งานออกค่ายอาสา จะต้องมีการเตรียมความพร้อมมากกว่าการถ่ายวีดีโอพิธีการต่างๆภายในอาคาร ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เช่น กระเป๋าเก็บกล้อง และช็อตต่างๆที่เราจะถ่าย เราจะต้องคิดสร้างสรรค์เองตลอดเวลา จะไม่มีช็อตสุดฮิตแบบการถ่ายวีดีโอในช่วงตัดเค้กของงานแต่งงาน ทุกๆช็อตของการถ่ายวีดีโอขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น เช่น ช่วงการเดินป่า ถ้าเราเดินอยู่ด้านหลังของขบวน เราก็จะได้แต่ช็อตที่สื่อถึงการเดินทางอันแสนยาวไกล สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งในการถ่ายวีดีโองานออกค่ายอาสา คือ ร่างกาย ถึงแม้ว่าเราจะมีจินตนาการในการถ่ายวีดีโอสูงส่งขนาดไหน แต่ถ้าร่างกายไม่อำนวย ไม่สามารถวิ่ง ก้ม เอี้ยวตัวถ่ายใน composition ที่ต้องการได้ เราก็ไม่สามารถที่จะได้ช็อตดีๆมาเหมือนกัน เพื่อนๆลองไปดูวีดีโองานค่ายกล้าอาสา ครั้งที่ ๔๒ ซึ่งผมได้ถ่ายและตัดต่อเอาไว้มีทั้งหมด 4 ตอน Hilight 1 ตอนและที่เหลือจะแบ่งเป็นแต่ละช่วงเวลา

YouTube Preview Image

YouTube Preview Image

YouTube Preview Image

YouTube Preview Image

เริ่มต้นผมจะขอพูดถึงการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ถ่ายวีดีโอ ผมได้เตรียมกล้องวีดีโอไป 2 ตัวครับ เผื่อตัวหลักมีปัญหาก็ยังมีตัวสำรองไว้ถ่ายได้ แบตเตอรี่ต้องขนไปทั้งหมดครับ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าที่นั่นจะมีไฟฟ้าใช้หรือเปล่า บางทีไฟฟ้าอาจจะเปิดใช้เป็นเวลา หรือเราต้องอยู่ในป่าเป็นเวลานาน และอย่าลืมเอาที่ชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วยครับ เพราะขณะชาร์จแบตเตอรี่ เราก็ยังสามารถถ่ายได้ด้วย และการชาร์จแบตเตอรี่กับกล้องโดยตรง ถ้าไฟเกิดการกระชากอาจจะทำให้กล้องวีดีโอเสียหายได้ครับ เราอาจจะต้องหากระเป๋ากล้องที่เหมาะสมกับการเดินทาง ผมเลือกใช้กระเป๋ากล้องที่สามารถใส่อุปกรณ์กล้องได้ครับทั้งหมด และยังสามารถใส่ Notebook ได้ด้วย เพราะผมจะเอา Notebook ไปด้วย สำหรับการโอนข้อมูลจากการ์ดของกล้องมาเก็บในนี้ เพราะการ์ดไม่พอเก็บข้อมูลสำหรับการออกค่าย 10 วันแน่นอน อาจจะพก External Harddisk ไปด้วยก็ดีครับ เผื่อพื้นที่ว่างในคอมไม่เพียงพอ อุปกรณ์อีกอย่างที่ผมแนะนำ คือ ขาตั้งกล้องครับ ถ้าเป็นไปได้ไม่หนักหนาสาหัสเกินไป ควรจะแบกไปด้วยครับ เพราะวิวทิวทัศน์สวยๆ Timelapse พระอาทิตย์ขึ้น แมลงตัวน้อยๆบนโขดหิน ช็อตต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ต้องขอขอบคุณน้องบอสด้วยครับที่ช่วยแบกขาตั้งกล้องให้ ส่วนเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตก็ต้องเอาไปด้วยนะครับ ไม่ใช่เอาแต่อุปกรณ์กล้องไปอย่างเดียว อิอิ…..

ออกเดินทางด้วยรถไฟที่สถานีรถไฟกาญจนบุรี ช่วงแรกของการเดินทางเราอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทาง ทำให้ภาพที่ได้อาจจะดูแข็งๆ เราต้องพยายามสร้างความคุ้นเคยกับคนอื่นๆ อาจจะด้วยวิธีการพูดออกไป เช่น มุมนี้สวยมากเลยถ้าได้รอยยิ้มเพิ่มเติม เมื่อเกิดความคุ้นเคยแล้วจะทำให้เราได้ภาพออกมาเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ตอนนั่งอยู่บนรถไฟ พยายามนั่งริมหน้าต่าง สอดส่องสายตาหาวิวสวยๆนำมาประกอบวีดีโอได้ครับ สื่อถึงการเดินทางได้ดำเนินไปข้างหน้า หรืออาจจะย่องไปถ่ายภาพหลุดๆขณะหลับก็ได้นะครับ เอาไว้เป็นสีสันของวีดีโอ

พอไปถึงสถานีน้ำตก พวกเราออกเดินไปจนถึงน้ำตกไทรโยคน้อยเพื่อพักรับประทานอาหาร จากนั้นก็โบกรถต่อเพื่อไปหาที่พักที่วัดท่าขนุน การถ่ายวีดีโอเดินขบวนเป็นแถวสามารถถ่ายได้หลากหลายมุม เราอาจจะไปดักถ่ายด้านหน้าเพื่อให้เห็นหน้าคนเดิน โดยที่เราอาจจะถ่ายในมุมปกติหรืออาจจะถ่ายในมุมเสยเพื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ บางครั้งถ้าแถวเดินผ่านสิ่งก่อสร้างอะไรที่สวยงาม เราอาจจะถ่ายมุมด้านข้างเพื่อให้เห็นสิ่งก่อสร้าง และอย่าลืมถ่ายมุมด้านหลังมาด้วยครับ เพื่อสื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความอดทนในการเดินทาง ข้อแนะนำอีกอย่าง คือ ระหว่างการเดินทางเราต้องพยายามมองบรรยากาศไปรอบๆ ไม่ใช่จ้องจะถ่ายแต่คนเดินอย่างเดียว สิ่งสวยงามที่เรียงร้อยอยู่ริมทาง มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่จะทำให้วีดีโอดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น

การโบกรถไปยังสถานที่ต่างๆ หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าจะมีคนจอดให้ขึ้นจริงๆเหรอ แต่ผมขอยืนยันได้เลยว่าคนไทยมีน้ำใจมากครับ เพียงแต่เราต้องมีความสุภาพเท่านั้นเอง พระอาจารย์ได้อบรมมารยาทน้องๆที่มาออกค่ายเป็นอย่างดี ในแต่ละที่ใช้เวลาโบกรถไม่นานก็ได้ขึ้นครับ การถ่ายวีดีโอในช่วงนี้ก็พยายามถ่ายให้เห็นบรรยากาศการโบกรถให้ครบถ้วน ที่สำคัญ คือ ถ่ายไปต้องระวังรถไปด้วยนะครับ เพราะในต่างจังหวัดรถค่อนข้างวิ่งเร็ว

สถานที่ต่างๆที่ผมได้ไปพักก่อนที่จะเดินทางไปทางถึงบ้านเกาะสะเดิ่ง คือ วัดท่าขนุน น้ำตกเกริงกระเวีย อุทยานแห่งชาติเขาแหลม หน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง แต่ละสถานที่ก็จะมีกิจกรรมและเรื่องราวที่น่าสนใจแตกต่างกัน ซึ่งเราจะต้องพยายามหาจุดเด่นมานำเสนอในวีดีโอ เช่น ที่วัดท่าขนุน พวกเราได้พักในสถานที่ที่ใช้ในการจัดทำพิธีศพ บรรยากาศค่อนข้างน่าตื่นเต้น เราก็พยายามถ่ายวีดีโอให้สื่อถึงบรรยากาศเหล่านั้น อย่าลืมสวดมนตร์และไหว้พระก่อนถ่ายด้วยครับ และบริเวณวัดส่วนมากจะมีคติสอนใจดีๆติดไว้บริเวณต้นไม้ เราก็พยายามมองหาและถ่ายมาด้วยครับ ผมเจออุปสรรคในการถ่ายวีดีโอที่วัด เพราะสุนัขเยอะมากเลยครับ ทำให้ไม่สามารถเดินไปถ่ายบริเวณรอบๆได้อย่างทั่วถึง ไปไหนมาไหนเสียงดนตรีตามมาตลอดทางเลย

ส่วนที่น้ำตกเกริงกระเวีย ผมได้ไปพักผ่อนช่วงเวลาสั้นๆ น้องๆแต่ละคนก็ไปเล่นน้ำตามอัธยาศัย การถ่ายวีดีโอน้ำตกในช่วงกลางวัน ต้องปรับค่ารูรับแสงเป็นแบบ manual เพราะแสงสะท้อนจากผิวน้ำจะเป็นตัวหลอกกล้อง ทำให้ภาพที่ได้ดูมืดกว่าปกติ แต่ถ้าเราปรับรูรับแสงให้กว้างขึ้นจะทำให้ได้แสงสว่างที่พอดีกับแบบแต่รายละเอียดของน้ำจะหายไปเนื่องจากแสง over เกินไป ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเน้นถ่ายอะไร

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การตั้งเต๊นท์มาก เพราะบรรยากาศดี มีไฟฟ้าใช้ ห้องน้ำอยู่ไม่ไกล มีลานกว้างเหมาะสำหรับทำกิจกรรม ไฮไลต์ของที่นี่จะอยู่ที่การเดินจงกรมในตอนเช้าและบรรยากาศในช่วงที่น้องๆฝึกซ้อมการบูม การเดินจงกรมบนพื้นหญ้าท่ามกลางป่าเขา มันช่างเข้ากันดีเสียจริงๆ ส่วนในช่วงการซ้อมบูมให้เราพยายามถ่ายวีดีโอใกล้ๆเพื่อที่จะเก็บเสียงเอามาใช้ในวีดีโอด้วย ในอุทยานมีธรรมชาติที่สวยงามต่างๆมากมาย เราพยายามตกแต่ง จัด composition ดูทิศทางแสงให้ดี ก็จะได้ footage สวยๆมาประกอบวีดีโอของเรา

ก่อนที่ผมจะเดินทางไปถึงหน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง ต้องเดินจากปากทางไล่โว่เข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ตอนแรกเห็นทางเข้าไปเทพื้นคอนกรีต คิดว่าคงจะเดินถ่ายวีดีโอแบบชิวๆ แต่พอเดินไปได้ซักพักกลายเป็นเดินเข้าป่าแถมยังขึ้นเขา ความมันส์จึงเริ่มบังเกิดขึ้น ไฮไลต์ของช่วงนี้ คือ ความยากลำบากในการเดิน ผมได้เห็นน้องๆแต่ละคนมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะมีสัมภาระอยู่เต็มสองบ่า ก็หาได้ท้อถอยไม่ ระยะทางที่ยาวไกล ฝุ่น และแสงแดด คือ ตัวที่จะบอกเล่าความรู้สึกในช่วงนี้ได้ดีที่สุด

ในช่วงขณะเดินทางที่นั่งอยู่บนหลังรถกระบะ แต่ละสีต้องพยายามอัดลงไปให้ครบทุกคน เพื่อจะได้เดินทางไปพร้อมกันทีเดียว ในความเบียดเสียดถ้าเรามองด้านบวก มันคือความใกล้ชิดอบอุ่น ถึงแม้ทุกคนจะร้อนและเหนื่อยเหมือนกัน แต่ทุกคนก็สามารถอดทนฝ่าฟันไปได้ ในช่วงนี้ผมพยายามถ่ายวีดีโอเก็บบรรยากาศวิวข้างทางและบรรยากาศขณะนั่งอยู่ในรถ

เรื่องอาหารการกิน ทางชมรมได้ทำกินเองทั้งหมด โดยน้องๆที่เป็นตัวแทนจะแวะซื้อของสดตามตลาด การทำอาหารทานเองมีขั้นตอนต่างๆมากมาย เริ่มตั้งแต่การล้าง หั่น สับ ปลอก ผักผลไม้ต่างๆ การหาฟืน ก่อไฟสำหรับการหุงข้าว การหุงข้าวด้วยหม้อธรรมดาไม่ใช่ของง่ายเหมือนกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ต้องมีการเทน้ำทิ้ง การเอียงหม้อเพื่อให้ความร้อนด้านข้าง ผมยอมรับเลยครับว่าไม่สามารถทำกับข้าวหรือหุงข้าวได้ดีไปกว่าเด็กๆเหล่านี้ การถ่ายวีดีโอในช่วงนี้ ผมพยายามถ่ายขั้นตอนการทำกับข้าวมาให้ครบ เพื่อให้เห็นถึงความสามารถของเด็กๆเหล่านี้ อาจจะถ่ายแบบ medium shot เพื่อให้เห็นคนทำ หรืออาจจะถ่ายแบบ close up shot เพื่อเน้นไปที่กับข้าวที่กำลังทำอยู่

หลังจากพักที่หน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง 1 คืน รุ่งเช้าก็ออกเดินทางไปยังบ้านเกาะสะเดิ่ง ระยะทางทั้งหมดประมาณ 15 กิโลเมตร เดินข้ามน้ำทั้งหมด 14 ครั้ง ทุกคนจะมีข้าวติดตัวคนละห่อสำหรับมื้อกลางวัน เริ่มต้นออกเดินทางประมาณ 8 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมง เช้านี้อากาศสดใส เหมาะแก่การถ่ายวีดีโอพระอาทิตย์ขึ้น หลังจากถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น ผมเดินสำรวจไปรอบๆบริเวณสะพานไม้ เพื่อถ่ายบรรยากาศบริเวณนี้ เนื่องจากเมื่อวานไม่ได้ถ่ายเพราะกว่าจะเดินมาถึงและอาบน้ำเสร็จก็เกือบหัวค่ำแล้ว แสงไม่สวย เลยต้องหาโอกาสถ่ายตอนเช้า ช็อต landscape แบบนี้จำเป็นต้องอาศัยขาตั้งกล้องช่วย เพราะสามารถ Pan or Tilt ได้อย่างนิ่มนวล

การเดินเท้าระยะทาง 15 กิโลเมตรพร้อมทั้งเดินข้ามน้ำอีก 14 รอบ ทำให้สามารถถ่ายวีดีโอเก็บช็อตต่างๆได้อย่างมากมาย อย่างที่ผมได้เคยบอกไป เราอาจจะไปยืนถ่ายด้านหน้าเพื่อเก็บภาพน้องๆ หรือเราอาจจะถ่ายวีดีโอด้านข้างหรือด้านหลังเพื่อเก็บบรรยากาศ โดยที่สายตาเราต้องคอยสอดส่องมองไปรอบๆตัวว่ามีอะไรอย่างอื่นที่น่าสนใจหรือเปล่า เช่น ดอกไม้ สัตว์ป่า สิ่งก่อสร้างต่างๆ ไฮไลต์ในช่วงนี้ผมยกให้บรรยากาศขณะเดินข้ามน้ำ เพราะการเดินในช่วงแรก 7 กิโลเมตรไม่มีการข้ามน้ำ ลองถือกล้องให้ดีและเอากล้องวางขนานกับน้ำแล้วถ่ายเสยขึ้นมาหาคน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า การเดินข้ามน้ำมันลำบากมาก หรือถ้าเราเน้นความสวยงามก็อาจจะถ่ายบริเวณด้านข้างในขณะที่คนกำลังเดินข้ามน้ำ เพื่อให้เห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ หรืออาจจะลองหามุมถ่ายแปลกๆดูได้ครับ

เมื่อไปถึงบ้านเกาะสะเดิ่ง ภารกิจหลักของพวกเรา คือ สร้างอ่างล้างหน้า อ่างน้ำดื่ม ให้กับน้องๆ และมอบของขวัญ อุปกรณ์การศึกษาแด่น้องๆ งานหลักที่ต้องทำ คือ ทำกับข้าว ขนหิน ขนดิน ร่อนทราย กวนปูน ก่อหิน โดยจะแบ่งหน้าที่ในแต่ละวันตามสีที่ตัวเองสังกัดอยู่ การถ่ายวีดีโอของผมก็ตระเวนถ่ายงานหลักเหล่านี้ให้ครบ โดยพยายามสังเกตุว่าในขณะนั้นควรจะไปถ่ายวีดีโอในส่วนไหนก่อน เช่น ในขณะที่รวมพลังกันกวนปูน ก็รีบมาถ่ายตรงนี้ก่อน แต่ละงานหลักก็ควรถ่ายออกมาหลายๆมุม เช่น การขนหินจะทำการขนจากลำธารมายังบริเวณโรงเรียน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 200 เมตร เราก็พยายามถ่ายออกมาให้สื่อถึงความยากลำบากในการขน การร่อนทรายทำกันกลางแดด เราก็พยายามถ่ายออกมาให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยในการทำ หลักการถ่ายวีดีโอง่ายๆของผม คือ อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ ซึ่งก็คืออยากได้ช็อตดีๆต้องพยายามเดินหาและถ่ายวีดีโอออกมาหลายๆมุม

ภาพความประทับใจที่จะต้องถ่ายเก็บเอาไว้ให้ดี คือ บรรยากาศในขณะที่มอบอ่างล้างหน้าให้กับเด็กนักเรียน มองดูจากสีหน้าและแววตาของทั้งผู้มอบและผู้รับ ช่างมีความสุขเหลือเกิน การถ่ายวีดีโอในช่วงนี้ผมต้องการเก็บเสียงบรรยากาศเอาไว้ด้วย เนื่องจากมีกล้องอยู่เดียว เลยถ่ายได้เฉพาะภาพบรรยากาศกว้างๆ ไม่สามารถถ่าย close up บนใบหน้าที่แสดงความรู้สึกเพื่อนำมา insert ในวีดีโอได้

ในขากลับพวกผมได้แวะไปเที่ยววัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตะมะ ได้ไปพักผ่อนบนแพและเยี่ยมชมสะพานไม้ ค่ายกล้าอาสาครั้งที่ 42 นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าปราศจากการสนับสนุนจากโครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง เครือข่ายเพื่อนฯคุณธรรม โดยพระครูสมุห์เอกรัฐ  อภิรกฺโข ประธานเครือข่ายเพื่อนฯคุณธรรม โดยชมรมกล้าแผ่นดินได้มีการจัดออกค่ายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 9 แล้ว ในอนาคตถ้ามีการจัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ขึ้นอีก ผมจะรีบเคลียร์คิวงานให้ว่างและไปร่วมด้วยแน่นอนครับ กราบอนุโมทนา……..สาธุ

You may also like...