ทักษะที่5 – การบันทึกเสียงของกล้องถ่ายวีดีโอ

เสียงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากในการรับถ่ายวีดีโอ ภาพจะบ่งบอกถึงอารมณ์ส่วนเสียงจะบ่งบอกถึงความรู้สึกในขณะนั้น จุดหลักของการบันทึกเสียงเพื่อให้ได้เสียงที่ดีขึ้นอยู่กับความสามารถของระบบบันทึกเสียงของกล้องถ่ายวีดีโอและวิธีการใช้ในการถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายวีดีโอส่วนมากจะมีไมโครโฟนที่ติดมากับตัวกล้องเป็นแบบ omni-directional mike ซึ่งไมโครโฟนประเภทนี้จะมีลักษณะการทำงาน คือ เก็บบันทึกเสียงรอบทิศทาง ซึ่งจะรวมถึงเสียงบรรยากาศในบริเวณนั้นทั้งหมด เสียงการกดปุ่มต่างๆบนกล้องถ่ายวีดีโอ แม้กระทั่งเสียงของกล้องในขณะที่ทำการซูมและหาโฟกัส
การบันทึกเสียงเบื้องต้นของกล้องถ่ายวีดีโอ

1. Automatic Level Control (ALC)

กล้องถ่ายวีดีโอทุกตัวจะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่เรียกว่า Automatic Level Control (ALC) ซึ่งมันทำหน้าที่ในการปรับระดับความดังของเสียงแบบอัตโนมัติ ฟังก์ชั่น ALC จะช่วยทำให้ระดับของเสียงมีความราบรื่นมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระดับของเสียง โดยที่เราไม่ต้องไปทำการปรับค่าด้วยตัวเอง ในสถานการณ์ที่เสียงเบามากๆเจ้าตัว ALC นี้ก็จะพยายามเพิ่มระดับเสียงบรรยากาศรอบๆขึ้นมาแทน ซึ่งก็จะส่งผลให้มีเสียงรบกวนเพิ่มมากขึ้น กล้องถ่ายวีดีโอสามารถตั้งค่าระดับของเสียงได้ด้วยตัวเองแบบ manual

เมื่อเรารับถ่ายวีดีโอช็อตที่มีการพูด ถ้าเราใช้ไมโครโฟนที่ติดกับตัวกล้องถ่ายวีดีโอ เราก็ควรอยู่ใกล้กับผู้พูดให้มากที่สุด เพื่อความชัดเจนของเสียงที่ได้รับ และควรใช้หูฟังในขณะถ่ายวีดีโอด้วยเพื่อเป็นการตรวจคุณภาพของเสียง ตามบทความ10 ข้อควรรู้เรื่องเสียงในการถ่ายวีดีโอ

2. การทดสอบไมโครโฟนกล้องถ่ายวีดีโอของตัวเอง

ลองทดสอบประสิทธิภาพไมโครโฟนของกล้องถ่ายวีดีโอตัวเอง ปรับระดับการตั้งค่าบันทึกเสียงเป็นแบบ manual ให้คนนั่งอ่านหนังสือแล้วเราเริ่มต้นถ่ายวีดีโอที่ระยะ 1 เมตร จากนั้นเพิ่มขึ้นอีกทีละ 1 เมตร นำวีดีโอที่ถ่ายมาพิจารณาเสียงที่ได้ยิน โดยให้จำไว้ว่าตำแหน่งที่ไกลที่สุดที่เราสามารถได้ยินคนอ่านหนังสือคือระยะห่างเท่าไรถ้าเราตั้งค่าเป็นแบบ ALC ยิ่งเราอยู่ห่างจากคนอ่านหนังสือเท่าไร เราก็จะได้ยินเสียงรบกวนเพิ่มมากขึ้น เพราะระบบ ALC พยายามปรับระดับของเสียงให้ดังขึ้น

3. การถ่ายวีดีโอบันทึกเสียงภายในอาคาร

เมื่อเราถ่ายวีดีโอภายในอาคาร ให้เราระวังเรื่องเรื่องเสียงสะท้อนที่เกิดจากพื้นผิวของวัสดุที่สามารถสะท้อนเสียงได้ดี เช่น กำแพง กระจก ไม้ ตัวอย่างเช่น การถ่ายวีดีโองานแต่งงานในโบสถ์ ควรจะพยายามให้กล้องถ่ายวีดีโออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ได้เสียงที่คุณภาพดีที่สุด ซึ่งเราอาจจะต้องใช้เลนส์ wide angel ช่วยในการถ่ายวีดีโอ และควรหลีกเลี่ยงการถ่ายวีดีโอบริเวณมุมห้อง หรือห้องน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดเสียงก้องด้วย


4. การถ่ายวีดีโอบันทึกเสียงภายนอกอาคาร

ควรจะระวังปัญหาเรื่องของเสียงลมที่เข้าไปในไมโครโฟน โดยเราอาจจะใช้อุปกรณ์เสริมช่วยในการบังลม เช่น ถ่ายวีดีโออยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ หรืออาจจะใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่ยกขึ้นมาบังเสียงลม หรือเราอาจจะใช้อุปกรณ์เสริมของไมโครโฟนโดยเฉพาะช่วยในการลดเสียงรบกวน คือ windshields สามารถลดเสียงรบกวนภายนอกได้ในระดับหนึ่ง

5. ไมโครโฟนเสริมชนิดต่างๆที่ใช้กับกล้องถ่ายวีดีโอ

1) Mounted Mikes คือ ไมโครโฟนที่ติดกับช่อง hot shoe ของกล้องถ่ายวีดีโอ และจะใช้แทนที่ไมโครโฟนที่ built-in ติดกับกล้องถ่ายวีดีโอ ไมโครโฟนชนิดนี้จะมีความไวเสียงดีกว่าและช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากการทำงานของกล้องถ่ายวีดีโอ เช่น เสียงมอเตอร์ซูม เสียงโฟกัส


2) Cardiod Mikes สามารถเก็บบันทึกเสียงได้ในมุม 180-220 องศารอบตัวไมโครโฟน โดยรับเสียงจากข้างหลังได้นิดหน่อย เป็นไมโครโฟนที่เหมาะสำหรับงานสัมภาษณ์ โดยระยะห่างสูงสุดของวัตถุกำเนิดเสียงกับไมโครโฟนประมาณ 12 ฟุต


3) Supercardiod Mikes สามารถเก็บบันทึกเสียงได้ในมุม 120 องศารอบตัวไมโครโฟน เสียงที่มาจากทิศทางอื่นจะได้ยินน้อยมาก โดยระยะห่างสูงสุดของวัตถุกำเนิดเสียงกับไมโครโฟนจะมีมากกว่าไมโครโฟนแบบ Cardiod Mikes เหมาะสำหรับแหล่งกำเนิดเสียงที่เราไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ เช่น สัตว์ป่าที่อยู่ในกรง


4) Hypercardiod Mikes หรืออาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า shotgun สามารถเก็บบันทึกเสียงได้ในมุมที่แคบที่สุด และสามารถเก็บบันทึกเสียงได้ในระยะที่ห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงได้มากกว่าทั้ง 2 แบบที่กล่าวมา เหมาะสำหรับแหล่งกำเนิดเสียงที่อยู่ห่างจากเรามาก เช่น นกบริเวณหน้าผา หรือ ถ่ายวีดีโอการแสดงต่างๆบนเวที


5) Tie-Clip Mikes ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับงานรับถ่ายวีดีโอสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ โดยไมโครโฟนจะถูกเหน็บติดไว้กับปกเสื้อ โดยสายจะถูกซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อผ้า สามารถเก็บบันทึกเสียงได้ในมุม 360 องศารอบตัวไมโครโฟน


You may also like...