รีวิวงานแต่งงานโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

Smile Pro Video สวัสดีครับ เนื่องจากผมได้มีโอกาสไปถ่ายวีดีโองานแต่งงานของคุณกิ๊ก ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ห้อง Author’s Lounge วันนี้ผมจึงขอรีวิวบรรยากาศงานแต่งงานทั้งหมด ตั้งแต่ลักษณะของห้อง ความจุของห้อง การตกแต่งสถานที่ การเตรียมความพร้อมของพนักงาน รูปแบบการจัดพิธีการต่างๆ การจัดวางตำแหน่งบนเวที มุมสวยๆสำหรับการถ่ายรูป และปัญหาอื่นๆที่ได้พบเจอ ให้เพื่อนๆที่กำลังหาสถานที่จัดงานแต่งงาน ได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน ไปติดตามชมกันได้เลยครับ

โรงแรมโอเรียนเต็ลเป็นโรงแรมที่มีลักษณะการออกแบบและตกแต่งภายในสไตล์ Vintage เพราะเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2413 มีแขกคนสำคัญต่างๆมากมายที่มาพักที่นี่ โดยผมสังเกตุจากการกรอบรูปที่แขวนประดับประดาไว้ต่างๆมากมาย จะเป็นรูปบุคคลสำคัญต่างๆ เรามาดูไฮไลต์งานแต่งงานที่ผมได้มีโอกาสไปถ่ายกันก่อนครับ จะได้มีเข้าใจในบทความที่ผมจะอธิบายต่อไป

YouTube Preview Image

สำหรับรูปแบบงานแต่งงานในวันนี้ คือ พิธีการจะเริ่มจากการแห่ขบวนขันหมากจากบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขบวนจะเดินเข้ามาทำพิธีหมั้นและสู่ขอที่ห้อง Author’s Lounge หลังจากนั้นจะมีการพักเบรกรับประทานของว่าง เสร็จแล้วจะเริ่มทำพิธีหลังน้ำพระพุทธมนต์ที่ห้อง Regency 1 หลังจากพิธีการเสร็จคู่บ่าวสาวจะขึ้นไปเปลี่ยนชุด เพื่อลงมาต้อนรับแขกสำหรับงานเลี้ยงแขกที่จัดแบบค็อกเทลที่ห้อง Author’s Lounge เหมือนเดิม งานนี้ไม่มีงานเลี้ยงเย็น ใช้วิธีจัดเลี้ยงกลางวันต่อเนื่องจากพิธีเช้าไปเลย

ฤกษ์พิธีแห่ขันหมากเวลา 06.30 ผมจึงไปถึงโรงแรมประมาณ 05.15 ได้เห็นพนักงานกำลังเริ่มจัดสถานที่กันแล้ว ห้อง Author’s Lounge ที่ใช้ทำพิธีหมั้นและสู่ขอ จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถรองรับได้ประมาณ 50 คน ห้องนี้มีเอกลักษณ์ คือ จะมีระเบียงไม้ที่มีบันไดทั้งสองฝั่ง พื้นที่ภายในทาด้วยสีขาว การตกแต่งเหมาะกับโทนฟ้าขาวหรือชมพูขาว

เมื่อมาถึงโรงแรม สิ่งที่ผมทำอันดับแรก คือ การจัดไฟ การต่อเครื่องบันทึกเสียง การสอบถามกำหนดการคร่าวๆจากพนักงาน การมองหาตำแหน่งในการถ่ายวีดีโอในช่วงพิธีการต่างๆ และถ่าย decoration ต่างๆในงาน

- การจัดไฟ ปกติแล้วจะต้องไฟ 1000 วัตต์ 2 ตัวในตำแหน่งด้านซ้ายและด้านขวาของเวที เนื่องจากว่าหลังคาของห้องนี้ แสงสามารถทะลุผ่านลงมาได้ ทำให้ได้ความสว่างเพิ่มขึ้นอีก

- การต่อเครื่องบันทึกเสียง เพื่อเก็บเสียงพิธีการทั้งหมดในงาน โดยเสียงที่ได้จะมีความคมชัด ไม่มีเสียงรบกวน เพราะต่อจาก Mixer ของทางโรงแรม ห้อง Control เครื่องเสียงจะอยู่ชั้น 2 โดยขึ้นบันไดมาจะอยู่ด้านขวามือ พนักงานให้ความช่วยเหลือในการเชื่อมต่อเครื่องบันทึกเสียงเป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณมากครับ Mixer ตัวเดียวควบคุมเครื่องเสียงทั้งห้อง Author’s Lounge and Regency 1 ทำให้สะดวกมากเลยครับ

ปกติการแห่ขบวนขันหมากจะใช้วิธีเดินเป็นขบวน แต่ที่โรงแรมนี้มีพิเศษ คือ ให้เจ้าบ่าวเริ่มต้นนั่งเรือวนในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อน 1 รอบ ประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วค่อยตั้งขบวนขันหมากเดินเข้าไป ถือว่าเป็นอีกสีสันหนึ่งที่ผมได้เจอ ทำให้ได้ช็อตสวยๆจากการนั่งเรือเพิ่มขึ้นมาอีก

การแห่ขบวนขันหมากเป็นพิธีการที่สนุกและมีสีสัน ผมจะถ่ายวีดีโอโดยเก็บทั้งภาพและเสียงให้ครบในทุกประตูที่กั้น โดยจะเอาเครื่องอัดเสียงอีกตัวใส่ไว้ในกระเป๋าของเถ้าแก่ฝ่ายชาย เพราะเถ้าแก่ต้องเป็นคนเจรจาต่อรองเรื่องซอง ผมจะมีกล้องถ่ายวีดีโอ 2 ตัว ตัวหนึ่งจะเน้นถ่ายไปที่คนกั้นประตู ส่วนอีกตัวหนึ่งจะเน้นถ่ายไปยังฝั่งเจ้าบ่าว เพื่อให้เห็นบรรยากาศทั้งหมด

ต่อมาเป็นพิธีสู่ขอ จัดที่เวทีของห้อง Author’s Lounge เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะพูดสู่ขอกับพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาว โดยที่เจ้าสาวไปยืนแอบอยู่ที่บริเวณระเบียงชั้น 2 ตอนพูดสู่ขอควรจะให้พูดด้วยไมโครโฟนครับ เพราะเราตั้งเครื่องบันทึกเสียงเอาไว้แล้ว เมื่อพูดสู่ขอเสร็จ ทางเจ้าบ่าวจะขึ้นไปรับตัวเจ้าสาว ในช่วงนี้อาจจะมีช็อตซึ้งๆให้เราเก็บครับ

เมื่อเจ้าบ่าวรับตัวเจ้าสาวลงมาแล้วจะเป็นพิธีหมั้น โดยจะมีการนับสินสอดกันพอเป็นพิธี อาจจะมีการโรยข้าวตอกดอกไม้ลงไปในห่อของสินสอด ช็อตที่จะเรียกเสียงฮาได้ คือ ตอนที่แม่ของเจ้าสาวอุ้มสินสอด แล้วทำท่าให้ดูเหมือนกับว่าสินสอดหนักมากๆ ต่อมาจะเป็นการสวมแหวนหมั้น ผมจะบอกให้คู่บ่าวสาวสวมช้าๆ และเอียงฝ่ามือมาด้านหน้าเพื่อโชว์แหวน จะทำให้ถ่ายวีดีโอเห็นได้อย่างชัดเจน กล้องตัวหนึ่งจะซูมไปที่แหวน ส่วนอีกตัวหนึ่งจะถ่ายที่คู่บ่าวสาว

หลังจากเสร็จพิธีหมั้น อาจจะมีการถ่ายรูปหมู่ของญาติพี่น้อง และไปพักรับประทานอาหารเช้ากัน ระหว่างนี้ผมก็ถ่าย candid เก็บบรรยากาศในงาน และถ่ายในส่วน decoration ต่างๆเพิ่มเติม ส่วนทีมงานอีกคนจะถ่ายวีดีโอการถ่ายรูปหมู่ จากนั้นก็จะวางตำแหน่งการถ่ายวีดีโอในพิธีไหว้ผู้ใหญ่และยกน้ำชา โดยกล้องตัวแรกจะเก็บทางฝั่งผู้ใหญ่เป็นหลัก ส่วนกล้องอีกตัวจะถ่ายเก็บหน้าของคู่บ่าวสาวเป็นหลัก

จากนั้นเป็นพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ โดยจะย้ายไปจัดที่ห้อง Regency 1 ห้องนี้จุคนได้ประมาณ 60 คน ห้องนี้ค่อนข้างมืดกว่าห้องที่แล้ว ในช่วงพักเบรกตอนแรกผมได้จัดไฟเตรียมรอเอาไว้แล้ว การวางตำแหน่งในการถ่ายวีดีโอจะคล้ายกับพิธียกน้ำชา คือ มีกล้องถ่ายวีดีโอตัวที่ 1 จะถ่ายด้านข้างเน้นไปที่คู่บ่าวสาวเป็นหลัก ส่วนกล้องถ่ายวีดีโอตัวที่ 2 จะตั้งถ่ายไว้ด้านหลัง เก็บหน้าญาติผู้ใหญ่ที่มารดน้ำ ส่วนกล้องวีดีโอตัวที่ 3 จะถ่าย candid โดยอาจจะซูมไปที่หน้าคู่บ่าวสาวหรือซูมไปที่มือขณะที่ทำการรดน้ำ

หลังจากพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์เสร็จสิ้น จะมีการถ่ายรูปหมู่อีกครั้ง เนื่องจากว่าทางคู่บ่าวสาวได้เตรียมจัดโต๊ะไว้ที่ห้องนี้ด้วย เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่สะดวกในการทานอาหาร แต่อาจจะทำให้ญาติผู้ใหญ่ไม่เห็นพิธีการบนเวทีเพราะจะจัดที่ห้อง Author’s Lounge ทางคู่บ่าวสาวจึงขอให้ผมทำการถ่ายทอดสดจากเวทีมาออกโปรเจคเตอร์ที่ห้องนี้ด้วย ผมจึงทำการเดินสายสัญญาณยาวประมาณ 15 เมตรมาไว้ที่ห้องนี้ หลังจากถ่ายรูปเสร็จคู่บ่าวสาวจะขึ้นไปแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนชุดใหม่ ส่วนผมจะไปยืนรอแขกที่บริเวณโต๊ะลงทะเบียน เพื่อถ่ายวีดีโอแขกที่กำลังเซ็นต์ชื่อ ส่วนทีมงานอีกท่านจะไปถ่าย candid รอบๆงานเพื่อรอคู่บ่าวสาวลงมาถ่ายรูปหมู่ Backdrop สำหรับงานเลี้ยงจะใช้ของงานเช้าไปเลย

ช่วงพิธีการบนเวที ฝ่ายเจ้าสาวจะไปยืนรอบนระเบียง ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวจะร้องเพลงเดินขึ้นบันไดไปหา เป็นช็อตที่โรแมนติกมากครับ ผมจะไปยืนอยู่บนระเบียงเพื่อถ่ายเจ้าสาว ส่วนทีมงานจะอยู่ด้านล่างเพื่อถ่ายเจ้าบ่าวตอนเดินขึ้นไปรับเจ้าสาว ช็อตนี้อาจจะต้องนัดแนะกับช่างภาพดีๆครับ เพราะพื้นที่ในการถ่ายค่อนข้างจำกัด อาจจะต้องแบ่งๆกันถ่าย

ช่วงพิธีการบนเวที ส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับผม คือ เสียงต้องชัดเจน ไม่มีเสียงรบกวน ภาพจะสื่ออารมณ์ เสียงจะสื่อความรู้สึก ผมใช้เครื่องบันทึกเสียงจาก Mixer ทำให้ได้ยินเสียงที่ชัดเจน และพิธีการบนเวทีผมจะถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้ทั้งหมด เพื่อให้คู่บ่าวสาวได้ดูเป็นที่ระลึก ผมจะใช้กล้องถ่ายวีดีโอทั้งหมด 3 ตัวในช่วงนี้ คือ ตัวแรกจะเก็บภาพกว้างบนเวทีทั้งหมด ตัวที่สองอยู่ด้านข้าง จะเก็บคนที่อยู่บนเวทีทั้งหมด ส่วนตัวที่สามจะ close up ไปเฉพาะคู่บ่าวสาว โดยเฉพาะช่วงอารมณ์ซึ้งจะต้อง close up ไปที่หน้าแบบเต็มๆ เพื่อสื่อถึงอารมณ์ในขณะนั้นได้อย่างหมดเปลือก และบางช่วงอาจจะหันไปถ่ายคนดูบ้าง เช่น ตอนยกแก้วไชโย ตอนปรบมือ

ช่วงพิธีตัดเค้ก ในงานนี้ไม่ได้ใช้ไฟฟอลโล่ว์เพราะเป็นห้องแบบ outdoor เค้กจะอยู่ทางด้านขวาของเวที อาจจะมีเพื่อนๆมายืนถ่ายรูปคู่บ่าวสาวด้วย บางครั้งเราอาจจะต้องขอทาง เพื่อที่จะได้มุมในการถ่ายที่สวยงาม เสร็จแล้วจะมีการนำเค้กไปมอบให้กับแขกผู้ใหญ่ในงาน ในงานนี้เจ้าสาวนำดอกไม้ไปมอบให้กับรุ่นน้องที่สนิทกัน เลยไม่ได้มีการโยนดอกไม้ หลังจากพิธีการเสร็จสิ้นลงจะเป็นบรรยากาศที่คู่บ่าวสาวไปถ่ายรูปร่วมกับญาติและเพื่อนอีกครั้ง ส่วนพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวจะไปยืนส่งแขกบริเวณหน้างาน ผมจะไปถ่ายพ่อแม่ส่วนทีมงานจะไปถ่ายคู่บ่าวสาว

Last but not least, ผมตามช่างถ่ายรูปไปถ่ายวีดีโอคู่บ่าวสาวขณะกำลังถ่ายรูป Portrait โดยเฉพาะบริเวณระเบียงจะเป็นช็อตยอดฮิตมากสำหรับที่โรงแรมนี้ บางช่วงผมก็จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้บ้างเพื่อเอามาทำปก DVD สำหรับส่งให้กับลูกค้า ผมหวังว่าการรีวิวสถานที่จัดงานแต่งงานโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล จะทำให้เพื่อนๆได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่จัดงาน ขอให้คู่รักทุกท่านมีความสุขในงานมงคลสมรสที่จะจัดขึ้นในวันข้างหน้า สวัสดีครับ

You may also like...