เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการถ่ายวีดีโอในทุกสถาการณ์

Smile Pro Video สวัสดีครับ วันนี้ผมขอแนะนำการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการถ่ายวีดีโอในทุกสถาการณ์ สำหรับมือสมัครเล่นที่ชื่นชอบการถ่ายวีดีโอเป็นประจำ ในบางครั้งเวลาเราไปเที่ยวที่ไหนหรือไปงานกิจกรรมอะไร เราอยากถ่ายวีดีโอเก็บบรรยากาศต่างๆเหล่านั้นเอาไว้ในความทรงจำหรืออยากจะเอามาโชว์ให้เพื่อนๆได้ดู เราจะต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีกล้องถ่ายวีดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด สเปคดีที่สุด ชุดไฟแบบครบชุด เลนส์ครบทุกช่วง เราก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดูดี คนดูสามารถดูแล้วรู้เรื่องได้ ลองไปติดตามชมกันได้เลยครับ

เวลาที่บ้านผมมีงานกิจกรรมอะไร เช่น วันครอบครัว วันสงกรานต์ ผมซึ่งเป็นคนที่ชอบถ่ายวีดีโออยู่แล้วก็ไม่พลาดที่จะต้องเตรียมกล้องวีดีโอไปด้วย เพื่อไปเก็บบรรยากาศต่างๆในงาน ผมจะเตรียมอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระสำหรับการเดินเที่ยวเล่นหรือการทำกิจกรรมอื่นๆด้วย เพราะจุดประสงค์หลักของเราก็คือ ไปทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ ลองไปดูวีดีโองานวันครอบครัวที่บ้านอาม่าของผมกันก่อนครับ

YouTube Preview Image

อุปกรณ์ที่ผมเตรียมไปด้วยนั้นหลักๆ คือ

1. กล้องวีดีโอ 1 ตัว บางครั้งจะติดเผื่อไป 2 ตัว กล้องตัวหนึ่งจะตั้งบนขาตั้งกล้อง อีกตัวเผื่อจะเอาไปถ่ายช็อต insert ในช่วงกิจกรรมสำคัญ และอย่าลืมเตรียมแบตเตอรี่สำรองไปด้วย เพราะบางทีกิจกรรมอาจจะกินเวลานาน และเราไม่มีเวลาที่จะมารอชาร์ตแบตเตอรี่ ชาร์ตแบตให้เต็ม เคลียเมม(โมรี่)ให้พร้อมเสมอ

2. ขาตั้งกล้อง บางครั้งเจอวิวสวยๆ เช่น ดอกไม้ สัตว์ต่างๆ แม่น้ำ สิ่งพวกนี้เวลาถ่ายจำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง เพราะส่วนมากเราจำเป็นต้องซูมเข้าไป ยิ่งซูมมากเท่าไรกล้องวีดีโอก็จะยิ่งสั่นมากขึ้นเท่านั้น หรือในกรณีที่เราถ่ายงานกิจกรรม เราอาจจำเป็นต้องตั้งกล้องเพื่อเก็บภาพบรรยากาศในมุมกว้าง และใช้กล้องอีกตัวถ่ายเก็บรายละเอียดของกิจกรรม

3. ไฟติดหัวกล้อง เวลาไปถ่ายในสถานที่ที่เป็น indoor เช่น ในบ้านหรือในห้อง แสงสว่างที่มีจะไม่ค่อยเพียงพอ ทำให้เวลาถ่ายวีดีโอแล้วภาพจะมีสีซีด เนื่องจากว่ากล้องต้องปรับความสว่างเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลให้สีของภาพจะจืดลงไป สำหรับการถ่าย ไฟติดหัวกล้องที่ผมเลือกพกติดไปเป็นแบบ LED เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ขนาดเล็กเหมาะกับการพกพา ใช้ถ่านเป็นแบตเตอรี่อยู่ได้หลายชั่วโมง แต่ข้อเสียก็คือความสว่างที่ได้จะน้อยกว่าไฟติดหัวกล้องชนิด halogen ที่ใช้แบตเตอรี่ (จากในรูปจะเห็นว่าต้องพกแบตเตอรี่ที่ใส่ในกระเป๋าเขียวไปด้วย ซึ่งมีน้ำหนักมาก)

4. เครื่องอัดเสียงแบบพกพา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผม เพราะการทำให้เสียงดังฟังชัดยากกว่าการตกแต่งวีดีโอให้สวยงาม ถ้าเราเลือกใช้เสียงที่ได้จากไมโครโฟนภายในกล้องวีดีโอ แน่นอนว่าเสียงที่เราได้ยินในวีดีโอจะมีเสียงรบกวนมากมาย ทำให้คำพูดดีๆที่ออกมาจากคนที่เรารัก ฟังไม่รู้เรื่อง เราอาจจะเลือกใช้ไมโครโฟนแบบมีสายต่อจากกล้องวีดีโอ ไมโครโฟนแบบนี้จะไม่สะดวกในเรื่องสาย เพราะมันจะทำให้เกะกะ

ผมเลือกใช้เครื่องอัดเสียงแบบไร้สายโดยให้คนถือแบบไมโครโฟน บันทึกเสียงลงการ์ดหน่วยความจำ แล้วเอาเสียงที่ได้มา sync ให้ตรงกับวีดีโอในขั้นตอนตัดต่อ ฟังดูแล้วอาจจะยุ่งยากนิดนึง แต่ข้อดีของมันก็คือ ไม่เกะกะ ราคาไม่แพง และมีคุณภาพดี มีราคาตั้งแต่สองพันกว่าบาทขึ้นไป ไม่ต้องกังวลเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อของกล้องวีดีโอว่าจะมี audio input ให้หรือเปล่า เพราะใช้วิธีถือเอาหรือสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ส่วน wireless microphone ย่าน UHF แบบที่มีคุณภาพดี ผมคิดว่าราคาสูงเกินไปครับ เหมาะกับการลงทุนไปถ่ายงานให้ลูกค้ามากกว่าครับ

อุปกรณ์ต่างๆที่ผมได้แนะนำไป ถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหน ก็อาจจะต้องใช้วิทยายุทธเพิ่มเติมในการประยุกต์วิธีการถ่ายให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ซึ่งผมจะได้แนะนำวิธีการดังต่อไปนี้ครับ

1. ไม่มีกล้องถ่ายวีดีโอ เราอาจจะใช้โทรศัพท์มือถือช่วยถ่ายวีดีโอได้ ผมเพิ่งได้มีโอกาสถ่ายวีดีโอด้วยไอโฟน ต้องยอมรับเลยว่าไฟล์วีดีโอทีได้ มีความคมชัดสูงไม่แพ้กล้องถ่ายวีดีโอรุ่นทั่วๆไปเลย เพียงแต่การถือกล้องอาจจะไม่สะดวกเหมือนกล้องวีดีโอ หรือถ้าใครไม่มีไอโฟนอาจจะใช้โทรศัพท์รุ่นอื่นๆแทนได้ครับ เพราะเดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่นจะมีกล้องวีดีโอติดมาด้วย และความคมชัดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วๆไป หรือถ้ามีงบประมาณไม่มากอาจจะลองเลือกซื้อกล้องวีดีโอมือสอง ซึ่งมีราคาถูกกว่ามือหนึ่งประมาณ 30-60% ซึ่งผมได้เคยแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้องวีดีโอมือสองเอาไว้แล้วครับ

2. ไม่มีขาตั้งกล้อง ในกรณีที่เราขี้เกียจแบกขาตั้งกล้องไปแต่เราอยากจะได้วีดีโอแบบนิ่งๆ อันดับแรกให้เราเปลี่ยนวิธีการถ่าย เช่น จากการยืนถ่ายแบบธรรมดา ให้หาต้นไม้หรือกำแพงที่เราสามารถพิงได้ เอาข้อศอกทั้งสองข้างชิดแนบกับหน้าอกทั้งสองข้าง กลั้นหายใจแล้วถ่าย จะช่วยลดการสั่นไหวไปได้ในระดับหนึ่ง

เราอาจจะนั่งชันเข่าใช้หัวเข่าช่วยในการวางกล้อง ก็สามารถช่วยลดการสั่นไหวของกล้องได้ ถ้ามีเก้าอี้อยู่ใกล้ๆก็ใช้พนักเก้าอี้ช่วยในการวางท่อนแขนได้เหมือนกัน

ส่วนถ้าในกรณีที่เราไม่มีขาตั้งกล้อง แต่อยากจะตั้งกล้องไว้เพื่อถ่ายเป็นมุมกว้างเก็บบรรยากาศระหว่างกิจกรรม เราอาจจะต้องหาผู้ช่วยอีกคนมาถือกล้องแทนเรา โดยให้เขานั่งถ่ายเพราะจะได้ไม่เมื่อยและลดการสั่นของกล้อง บอกให้เขาถือเอาไว้อย่างเดียวคอยดูเฉพาะตำแหน่ง composition ในเฟรม ส่วนเราก็จะถ่ายเก็บรายละเอียดในส่วนอื่นๆเพื่อเอามา insert ในตอนตัดต่อวีดีโอภายหลัง

3. ไม่มีไฟติดหัวกล้อง การถ่ายวีดีโอถ้าขาดไฟเหมือนขาดใจ เพราะภาพที่ได้จะมีสีซีด มี noise เต็มไปหมด วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในกรณีที่เราถ่ายงาน indoor คือ พยายามเปิดไฟทุกดวงที่อยู่ในห้องนั้น เปิดผ้าม่านและหน้าต่างเพื่อให้แสงลอดเข้ามา แต่ต้องระวังเรื่องการย้อนแสงด้วย

สำหรับการถ่ายวีดีโอ outdoor ไฟติดหัวกล้องอาจจะไม่จำเป็นเท่าไร แต่ให้เราระวังเรื่องการถ่ายวีดีโอย้อนแสง พยายามหันแบบไปในทิศทางเดียวกับแสง หลีกเลี่ยงการถ่ายในที่แสงจัด พยายามหาร่มเงาจากต้นไม้ช่วย

4. ไม่มีเครื่องอัดเสียง วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ เราต้องพยายามอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงให้มากที่สุด ถ้าถ่ายในบ้านอาจจะต้องหมุนพัดลมไปในทิศทางอื่น เพราะเสียงจากลมน่ารำคาญมาก หรือถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่นบันทึกเสียงได้ เราก็อาจแปลงร่างโทรศัพท์ให้กลายเป็นไมโครโฟนชั่วคราวได้เหมือนกัน คนไหนที่จะพูดอวยพรเราก็ยื่นโทรศัพท์ให้พูดได้เลยครับ แรกๆคนพูดอาจจะมีงงครับ อิอิ…. ส่วนการถ่ายในสถานที่ outdoor ปัญหาของเสียงก็หนีไม่พ้นลมเหมือนเดิมครับ อาจจะหาโฟมหรือกระดาษแผ่นใหญ่ๆมาช่วยบังลมขณะสัมภาษณ์ อาจจะหาสถานที่เงียบๆในป่า ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เราเจอในตอนนั้นว่าเป็นอย่างไร

อุปกรณ์ถ่ายวีดีโอในทุกสถาการณ์ที่ผมได้แนะนำไป เป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายวีดีโอ เมื่อเราประยุกต์ใช้อุปกรณ์ต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เราจะได้วีดีโอที่มีสีสันสวยงาม ได้ยินเสียงพูดที่ชัดเจน เราจะต้องคิดเสมอว่าจะเล่าเรื่องออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดวิธีการถ่ายวีดีโอรวมทั้งวิธีการตัดต่อวีดีโอของเราด้วย ขอเพียงสนุกกับสิ่งที่ทำ รับรองว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถเราครับ

You may also like...