แนะนำอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นในการรับถ่ายวีดีโอ

ในการรับถ่ายวีดีโอกิจกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด การออกไปเที่ยวต่างจังหวัด นอกเหนือไปจากกล้องถ่ายวีดีโอที่จำเป็นจะต้องเตรียมไปแล้ว ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆที่มีความจำเป็นที่เราควรจะต้องเตรียมไปด้วย เพื่อความสะดวกในการถ่ายวีดีโอ เช่น แบตเตอรี่เสริม เมมโมรี่การ์ด อุปกรณ์เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายวีดีโอ เช่น Steadicam, Gorillapod อุปกรณ์เพื่อช่วยป้องกันกล้องวีดีโอ เช่น กระเป๋าใส่กล้องวีดีโอ เลนส์ Filter Protect เรามาลองดูกันดีกว่าครับว่ามีอุปกรณ์ถ่ายวีดีโออะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องเตรียมไว้ในการรับถ่ายวีดีโองานต่างๆครับ

อุปกรณ์เสริมต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราหาซื้อได้ทั่วไปครับ โดยเราอาจจะซื้อส่วนที่มีความจำเป็นสำหรับงานของเราก่อนก็ได้ครับ สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด โดยผมจะเรียงอุปกรณ์เสริมที่มีความจำเป็นมากที่สุดเรียงตามลำดับครับ

1. แบตเตอรี่เสริม (Battery)

ผมให้ความสำคัญมากเป็นอันดับ 1 ครับ ปกติเมื่อเราซื้อกล้องถ่ายวีดีโอมาใหม่ จะมีแบตเตอรี่แถมมาให้ด้วยครับ แต่จะป็นแบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาการใช้งานค่อนข้างน้อยครับประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเราออกไปรับถ่ายวีดีโองานจริงๆจะไม่เพียงพอต่อความต้องการแน่นอนครับ จากประสบการณ์การทำงานของผมควรจะมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 3 ก้อนครับ ก้อนใหญ่ 1 ก้อนและอื่นๆอีก 2 ก้อน วิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่ก็มีให้เลือก 2 แบบครับ คือ แบตเตอรี่แท้และแบตเตอรี่เทียบเท่า (ของปลอมนั่นเองครับ) ซึ่งทั้ง 2 แบบที่ความจุกระแสเดียวกันจะมีราคาต่างกันพอสมควรเลยครับ ผมขอแนะนำว่าควรใช้แบตเตอรี่ก้อนใหญ่แบบของแท้ครับ โดยเราอาจจะใช้ของแท้ซัก 2 ก้อนของเทียบเท่าอีกซัก 1 ก้อนครับ แบตเตอรี่แบบเทียบเท่ามีข้อดี คือ ราคาถูกครับ แต่ข้อเสียของมันก็คือ เวลาใช้งานแบตเตอรี่จะหมดเร็วกว่าปกติครับ และบางทีอาจจะเกิดปัญหาที่เรียกว่า memory effect คือ เมื่อใส่แบตเตอรี่เข้าไปกล้องถ่ายวีดีโอจะขึ้นฟ้องเลยว่าไม่รู้จักแบตก้อนนี้ครับ และไม่ยอมทำงานต่อ เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อแบตเตอรี่แบบเทียบเท่าควรจะเลือกซื้อจากเจ้าที่มีการ review สินค้าจากผู้ใช้คนอื่นครับ และควรจะมีการรับประกันสินค้าด้วยครับ

2. อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Media)

กล้องถ่ายวีดีโอมีวิธีการเก็บบันทึกข้อมูลหลายประเภททั้งบันทึกข้อมูลด้วยเทป Mini DV, ฮาร์ดดิสก์, Memory Card หรือกล้องถ่ายวีดีโอบางรุ่นมีลักษณะแบบไฮบริดนั่นคือ สามารถบันทึกได้ทั้งในฮาร์ดดิสก์ในตัวเครื่องและสามารถบันทึกข้อมูลจาก Memory card ภายนอกได้ ซึ่งเราจะต้องศึกษาดูว่ากล้องถ่ายวีดีโอของเราใช้รูปแบบการบันทึกข้อมูลแบบไหน สามารถบันทึกในโหมดต่างๆได้ภายในกี่ชั่วโมง ยิ่งเราตั้งค่าการบันทึกวีดีโอที่รายละเอียดสูงๆก็ยิ่งจะทำให้ไฟล์วีดีโอมีขนาดใหญ่ขึ้น ความจุของสื่อที่ใช้บันทึกก็จะเต็มเร็วมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กล้องถ่ายวีดีโอ Panasonic Full HD HS700 ของผม ถ้าบันทึกที่ 50p จะกินพื้นที่ 28 Mbps แต่ถ้าบันทึกแบบ HE จะกินพื้นที่แค่ 5 Mbps

ส่วนกล้องถ่ายวีดีโอที่ใช้เทปบันทึก เวลาออกไปรับถ่ายวีดีโอก็ควรจะเตรียมไปสำรองไว้ซัก 5 ม้วน เผื่อเทปบางม้วนมีปัญหาและเทปม้วนใดที่ใช้แล้ว ไม่ควรใช้ซ้ำอีก เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของหัวเทปสั้นลง เรื่องยี่ห้อของม้วนเทปผมเคยลองใช้มาแล้วทั้ง Sony, Panasonic บางเจ้าก็บอกว่ายี่ห้อนี้ดีกว่ายี่ห้อนั้น แต่จากประสบการณ์การทำงานทั้ง 2 ยี่ห้อมีคุณภาพดีพอๆกันครับ เพียงแต่ตอนแกะออกมาใช้งานให้ดูด้วยว่าม้วนเทปตรงส่วนหัวเทป มีร่องรอยการหมุนของเทปหรือไม่ ถ้ามีควรจะเปลี่ยนครับเพราะว่าจะทำให้หัวเทปสึกครับ

3. กระเป๋าใส่กล้องถ่ายวีดีโอ

กระเป๋าที่ใส่กล้องมี 2 แบบครับ คือ แบบ Soft case และแบบ Hard Case ทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ เรามาดูกันเลยดีกว่าครับ

แบบ Soft case มีข้อดี คือ ราคาจะถูกกว่าครับ สามารถใส่อุปกรณ์ได้หลากหลายชนิดครับ เพราะแบ่งเป็นช่องๆในกระเป๋า สามารถใช้ divider แบ่งการเก็บอุปกรณ์ชนิดต่างๆได้ครับ และแบบนี้ยังมีน้ำหนักเบาครับ เหมาะสำหรับการเดินทางไปรับถ่ายวีดีโอตามงาน event ต่างๆครับ และควรเลือกกระเป๋าแบบที่มีที่คลุมกันฝนให้ด้วยครับ เผื่อจะใช้ในเวลาฝนตกครับ ยกตัวอย่างเช่น Kata, Domke  หรืออาจจะใช้กระเป๋าที่แถมมากับกล้องตอนที่ซื้อก็ได้ครับ โดยถ้าเราเริ่มมีอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้นก็ค่อยเปลี่ยนภายหลังได้ครับ

แบบ Hard case มีข้อดี คือ ป้องกันกล้องถ่ายวีดีโอได้สมบูรณ์แบบครับ ทั้งการกระแทก สภาพดินฟ้าอากาศ ความชื้น ซึ่งกระเป๋าแบบ Soft case ไม่สามารถป้องกันได้ครับ แต่ก็มีข้อเสีย คือ มีราคาสูงครับและมีน้ำหนักมากครับ ยกตัวอย่างเช่น Pelican, Lowepro ซึ่งภายในจะมี divider ที่สามารถแบ่งการเก็บอุปกรณ์ตามที่เราต้องการได้

4. เลนส์ Protect

วิธีการป้องกันเลนส์ที่ดีที่สุดขณะใช้งานถ่ายวีดีโอ คือ ควรจะใส่เลนส์ Filter Protect จะเป็นการช่วยป้องกันสิ่งต่างๆที่จะมาทำอันตรายต่อหน้าเลนส์ ไม่ว่าจะเป็นของมีคม ของเหลว ฝุ่นต่างๆ เวลาเลือกซื้อก็ควรจะต้องดูขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางให้มีขนาดเท่ากับหน้าของเลนส์ที่เราใช้ ให้เราดูทีหน้าเลนส์ของกล้องถ่ายวีดีโอจะมีสัญลักษณ์บอกไว้ คือ ตัวโอแล้วมีเส้นผ่านในแนวตั้ง สามารถดูได้จากตามรูป เวลาเกิดอุบัติเหตุกับเลนส์เราก็แค่เปลี่ยน Filter Protect อันใหม่ก็สามารถใช้งานได้เหมือนเดิม

5. ขาตั้งกล้อง (Tripod)

ควรเลือกขาตั้งกล้องให้มีความเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของกล้องถ่ายวีดีโอ โดยพิจารณาจากสเปกของขาตั้งกล้อง โดยวิธีการเลือกซื้อขาตั้งกล้องสามารถได้จากบทก่อนๆ ข้อแนะนำการเลือกซื้อขาตั้งกล้องถ่ายวีดีโอ ขาตั้งกล้องมีประโยชน์ในการถ่ายวีดีโอ ทำให้ภาพที่ได้มีความชัดเจน ไม่สั่นไหว เมื่อเราทำการซูมระยะไกลยิ่งจำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง เพราะว่าเมื่อซูมมาก การสั่นไหวก็จะเกิดมากขึ้นด้วย

อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายวีดีโอ

1. Steadicam เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดการสั่นไหวของกล้องถ่ายวีดีโอ ในขณะที่มีการเคลื่อนที่ของกล้อง การใช้ Steadicam จะต้องมีการฝึกฝนการใช้งาน เพื่อที่จะทำให้ได้ภาพที่ออกมามีการสั่นไหวน้อยที่สุด การเดินถ่ายวีดีโอด้วย Steadicam จะทำให้เกิดมิติของภาพมากขึ้น ดูแล้วน่าตื่นเต้นกว่าการใช้วิธีการซูมแบบทั่วๆไป

2. Gorillapod เป็นขาตั้งกล้องชนิดหนึ่งที่เอาไว้ช่วยถ่ายในมุมต่ำ และในมุมที่แตกต่างจากขาตั้งกล้องทั่วไป โดยที่ขาแต่ละข้างสามารถปรับงอได้ตามสะดวก สามารถเอาไว้รัดเกาะเกี่ยวไปกับสิ่งต่างๆได้ จึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มสีสันในการถ่ายวีดีโอได้เป็นอย่างดี

อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นในการรับถ่ายวีดีโองานต่างๆก็มีประมาณนี้ครับ ซึ่งเราควรจะเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนการใช้งานครับ โดยจะต้องเช็คแบตเตอรี่ว่าชาร์จเต็มแล้วหรือยัง  ฮาร์ดดิสก์พอที่จะเก็บข้อมูลหรือไม่ ม้วนเทปมีสำรองใช้หรือเปล่า ขาตั้งกล้องสามารถรับน้ำหนักกล้องวีดีโอของเราพร้อมอุปกรณ์เสริมได้ไหม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อเรามีประสบการณ์ในการรับถ่ายวีดีโอแล้ว จะเป็นสิ่งที่เราทำเป็นกิจวัตรก่อนที่เราจะออกไปถ่ายวีดีโอทุกๆงาน

You may also like...