Episode I เริ่มการตัดต่อวีดีโอ ต้องเตรียมอาวุธ (คอมพิวเตอร์) ให้พร้อมก่อนออกรบ

ตัดต่อวีดีโอเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำงานด้านวีดีโอครับ ซึ่งมีโปรแกรมมากมายหลากหลายให้เลือกใช้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Movie maker, Ulead, Sony Vegas, Adobe Premiere, Final Cut หรืออื่นๆ ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ แต่ทุกโปรแกรมตัดต่อวีดีโอมีพื้นฐานการทำงานเหมือนกันครับ คือ มี Timeline ให้เราใส่วีดีโอเข้าไป มี Effect เพิ่มลูกเล่น สามารถใส่ Transition ได้ การตัดต่อวีดีโอให้ออกมาดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้องใช้โปรแกรมเลิศหรู Plugins เพียบ ใส่ Effect ได้กระจาย หรือมี Transition เป็นพันๆ แต่มันขึ้นอยู่กับวีดีโอที่เราถ่ายมา ถ้าเราถ่ายวีดีโอมาไม่ดี ภาพสั่นอย่างกับเจ้าเข้า หรือภาพย้อนแสงจนหน้าคนดำปี๊ดปี๋ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอสามารถช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเรามีการวางแผนและถ่ายวีดีโอได้ตามแผนที่วางไว้ การตัดต่อก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผลงานออกมาดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นครับ ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าก่อนเริ่มตัดต่อวีดีโอเราจะต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไว้บ้าง เรามาดูกันครับ

 

ตัดต่อวีดีโอเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในกระบวนการถ่ายวีดีโอ ในกระบวนการถ่ายวีดีโอจะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ Pre Production การวางแผนก่อนการถ่ายวีดีโอ การจัดเตรียมอุปกรณ์ ผมได้แนะนำเทคนิคต่างไว้พอสมควรแล้วครับในเทคนิคการถ่ายวีดีโอ ส่วนที่ 2 Production การถ่ายวีดีโอด้วยวิธีการต่างๆ ผมก็ได้สอนเอาไว้แล้วครับ ถึงวิธีการถ่ายวีดีโอรูปแบบต่างๆ โดยศึกษาได้ที่เริ่มต้นกับการถ่ายวีดีโอ ส่วนที่ 3 Post Production คือ การตัดต่อวีดีโอที่เราจะได้ศึกษากันต่อไปครับ

ก่อนอื่นขอพูดคุยถึงเรื่องโปรแกรมตัดต่อวีดีโอกันก่อนครับ อย่างที่ได้บอกไปแล้วครับว่ามีโปรแกรมให้เลือกมากมาย แต่ทุกๆโปรแกรมจะมีพื้นฐานการทำงานที่เหมือนกันครับ คือ

Timeline – เอาไว้ใส่วีดีโอ รูปภาพ และเสียง

Effects – ใส่เอฟเฟคให้กับข้อมูลของเราครับ

Preview – จอมอนิเตอร์ส่วนตัวของเรา เอาไว้ดูการทำงานครับ

Capture – เอาไว้ดึงข้อมูลวีดีโอจากม้วนเทปลงเครื่องคอมครับ

Titles – เอาไว้ใส่ตัวหนังสือแบบต่างๆ

Transitions – ใช้กับการเชื่อมต่อระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์

Export – หลังจากตัดต่อเสร็จแล้ว ทำการแปลงไฟล์ในรูปแบบที่เราต้องการครับ

เราลองมาดู System Requirements ของโปรแกรมตัดต่อแต่ละตัวกันดีกว่าครับ

ดูแล้วก็อย่าเพิ่งงงนะครับสำหรับมือใหม่ด้านคอมพิวเตอร์ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังครับว่าสเปคคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับการตัดต่อควรจะเป็นรุ่นไหน ประมาณไหน ผมจะอธิบายอย่างง่ายๆนะครับ ไม่อิงหลักทฤษฎีอะไรครับ อาศัยจากประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้มาครับ คนอ่านที่เป็นมือใหม่จะได้เข้าใจครับ ผมขอแนะนำเฉพาะพีซีนะครับ เพราะว่าไม่เคยได้ใช้เครื่อง Macintosh ตัดต่อวีดีโอด้วย Final Cut ครับ ( ราคามันแพงเหลือเกิน บ้านๆอย่างผมเอื้อมไม่ถึงครับ -.,- ) ไปดูทีละชิ้นส่วนกันเลยครับ

1. CPU เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดในการตัดต่อวีดีโอครับ การซ้อน Layer วีดีโอหลายๆชั้น การใส่ Effect ให้กับวีดีโอเยอะๆ การ Preview เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นขณะทำการตัดต่อ สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องใช้ CPU ที่มีความเร็วสูง เพื่อที่จะทำให้การทำงานของโปรแกรมตัดต่อมีความราบรื่น ผมขอแนะนำขั้นต่ำคร่าวๆดังนี้ครับ

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ Standard – PENTIUM Dual Core หรือ AMD Athlon X2

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ High Definition – Core i3หรือ PHENOM II X2

สเปกในฝัน สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอทุกประเภท – Core i7 หรือ PHENOM II X6

2. RAM เป็นหน่วยความจำที่เร็วที่สุดในคอมพิวเตอร์ เปรียบเหมือนโกดังสินค้า ยิ่งโกดังสินค้ามีขนาดใหญ่เท่าไร เราก็สามารถเอาสินค้ามาพักไว้ได้เยอะเท่านั้น ส่งผลให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น เปรียบได้กับการส่งข้อมูลก็สามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้นครับ

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ Standard – ความจุ RAM 2 GB

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ High Definition – ความจุ RAM 4 GB

สเปกในฝัน สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอทุกประเภท – ความจุ RAM 8 GB (ใช้กับ Windows 64 Bit ครับ)

3. Hard disk เป็นที่เก็บข้อมูลต่างๆของคอมพิวเตอร์ครับ การตัดต่อวีดีโอจำเป็นต้องใช้ Hard disk มากกว่าการทำงานประเภทอื่ๆนครับ เพราะว่าไฟล์วีดีโอจะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ประเภทอื่นๆมากครับ ผมจะมาจำแนกให้ดูครับ

a) ถ่ายวีดีโอด้วยกล้อง Handycam ได้ไฟล์เป็นนามสกุล mpeg ถ่ายวีดีโอ 10 วินาที จะมีขนาดประมาณ 12 MB ถ้ารับถ่ายวีดีโอมา 1 ชั่วโมงจะมีขนาดประมาณ 4.3 GB

b) ถ่ายวีดีโอด้วยกล้อง Camcorder ได้ไฟล์เป็นนามสกุล avi ถ่ายวีดีโอ 10 วินาที จะมีขนาดประมาณ 37 MB ถ้ารับถ่ายวีดีโอมา 1 ชั่วโมงจะมีขนาดประมาณ 12 GB

จะเห็นแล้วครับว่าไฟล์วีดีโอจะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ประเภทอื่นๆครับ ไฟล์เพลง mp3 1 เพลงยาวประมาณ 4 นาที มีขนาดแค่ประมาณ 4-5 MB เองครับ เราต้องใช้พื้นที่ประมาณ 5 GB ไว้สำหรับลงโปรแกรมตัดต่อและ Plugins ต่างๆครับ เราต้องใช้พื้นที่ประมาณ 4.5 GB ในการทำเมนู (DVD Authoring)

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ Standard – ความจุ HD 50 GB

สเปกขั้นต่ำ สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอ High Definition – ความจุ HD 100 GB

สเปกในฝัน สำหรับตัดต่อไฟล์วีดีโอทุกประเภท – ความจุ HD 1000 GB (1 TB)

4. Graphic card (การ์ดจอ) โปรแกรมตัดต่อวีดีโอทั่วๆไปแทบไม่ได้ต้องการความสามารถอะไรพิเศษของการ์ดจอเลยครับ ไม่เหมือนกับการเล่นเกมส์ประเภท 3D เราอาจจะเลือกการ์ดจอที่มีพอร์ต DVI ไว้ต่อกับ LCD Monitor ของเรา ถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ไว้ตัดต่อวีดีโออย่างเดียวก็อาจเลือกแบบธรรมดาก็ได้ครับ แต่ถ้าเราเอาไว้เล่นเกมส์ด้วยอาจจะต้องเลือกใช้การ์ดจอที่มีความแรงมากๆหน่อยครับ

5. พอร์ต Firewire อันนี้จำเป็นสำหรับกล้องถ่ายวีดีโอที่ใช้ม้วนเทปครับ เพราะต้องใช้เจ้าพอร์ตตัวนี้ในการ capture วีดีโอจากม้วนเทปลงกล้องครับ ซึ่งผมได้เคยอธิบายไว้แล้วครับที่ การแปลงวีดีโอจากม้วนเทปลงคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาตัดต่อ

6. Monitor สมัยนี้หน้าจอใช้งานเป็นแบบ LCD หรือ LED กันหมดแล้วครับ ซึ่งมันดีตรงที่เมื่อทำงานไปนานๆมันจะไม่ปวดตาครับ แต่ถ้าพูดถึงในแง่การทำงาน จอแบบ CRT จะให้ค่าการแสดงผลที่ดีกว่าครับ (แต่ผมก็เลือกใช้แบบ LCD ครับ เพราะมันไม่เกะกะ) ขนาดของจอก็เลือกได้ตามงบประมาณเลยครับ ถ้าเลือกเป็นแบบ Wide ก็ดีอย่างนะครับ คือ Timeline ในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอจะยาวมาก ทำให้เราทำงานได้สะดวกมากขึ้นครับ

7. Speaker หรือลำโพง ผมว่าต้องมีกันทุกบ้านอยู่แล้วครับ เพราะเอาไว้ฟังเพลง ของผมก็ใช้แบบที่เค้าแถมมากับตอนซื้อคอมพิวเตอร์ครับ เพราะเราไม่ได้ตัดต่อแบบแยกเสียง 5.1 channel จึงไม่จำเป็นจะต้องเปลืองเงินไปซื้อลำโพงราคาแพงครับ

8. DVD writer ช่วงนี้ราคาถูกลงมากครับ เวลาซื้อก็เลือกให้เป็นแบบสามารถ write แผ่น DVD ได้ด้วยครับ เพราะเราต้องตัดต่อวีดีโอและ Export ออกมาเป็นไฟล์ที่ไว้เปิดกับเครื่องเล่น DVD ครับ

9. โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ จากการได้ลองใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ผมดูจากฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ความยากง่ายในการใช้งาน สเปกขั้นต่ำของโปรแกรมที่จำเป็น มี Plugins ต่างๆสนับสนุนหรือไม่ ผมขอแนะนำโปรแกรม Sony Vegas Pro 10 ครับ เพราะว่าใช้งานง่ายมาก รองรับไฟล์ได้หลายประเภทครับ ไม่กินแรงเครื่องด้วย มี Plugins ต่างๆให้ใช้หลากลาย แถมมีคนใช้เยอะพอสมควรครับ ทำให้ไม่เข้าใจตรงส่วนไหนสามารถค้นหาคำตอบได้ง่ายครับ แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนถนัดโปรแกรมอื่นอยู่ ผมขอลองแนะนำให้มาใช้โปรแกรมนี้ดูครับ แล้วจะติดใจ

การตัดต่อวีดีโอเป็นเรื่องง่ายครับ ถ้าเราถ่ายวีดีโออกมาดีครับ เดี๋ยวนี้ส่วนประกอบต่างๆของคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงมากครับ ทำให้พี่ๆน้องๆสามารถถ่ายวีดีโอและตัดต่อวีดีโอได้ด้วยตัวเองครับ เตรียมคอมพิวเตอร์ให้พร้อมกันนะครับ บทต่อไปผมจะเริ่มแนะนำการใช้งานโปรแกรม Sony Vegas Pro 10 โดยอธิบายแบบจับมือทำเหมือนเดิม ค่อยๆอ่านไปและลองทำตามไปรับรองทำได้แน่นอนครับ เพื่อนๆพี่ๆสงสัยตรงไหนเกี่ยวกับเรื่องของวีดีโอทั้งการถ่ายวีดีโอ ปัญหาด้านอุปกรณ์ต่างๆ การทำ Presentation ด้วยโปรแกรมต่างๆ หรือการตัดต่อวีดีโอสามารถเข้าไปคุยกันได้ครับที่ ทำ presentation ง่ายๆ สไตล์ ยิ้ม ยิ้ม ไว้เจอกันใหม่ใน Episode II ครับ

You may also like...