เตรียมตัวถ่ายรูป Pre wedding แบบสบายใจ

สวัสดีครับ Smile Pro Video วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าสำหรับการเตียมตัวถ่ายรูป Pre wedding แบบสบายๆมาฝากกันครับ เนื่องจากว่าผมกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวแล้วครับ อิอิ….. เลยได้มีโอกาสไปถ่ายรูป Pre wedding มาเรียบร้อยแล้วครับ ผมได้เจออุปสรรคและปัญหาต่างๆในขณะถ่ายทำ และการทำสัญญากับสตูดิโอ ผมเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆที่เตรียมไปถ่ายรูป Pre wedding ได้ทำการเตรียมตัวล่วงหน้าครับ ในวันงานจะได้ถ่ายรูปได้อย่างสบายใจไร้กังวล เชิญติดตามชมได้แล้วครับ

ก่อนอื่นเลยผมขอเอาบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายรูป Pre wedding ของผมมาให้เพื่อนๆดูครับ แฟนผมชอบสถานที่แบบเรือนไทย บรรยากาศแบบเรียบง่าย  ส่วนตัวผมแบบไหนก็ได้ครับเพราะตามใจแฟนครับ >o<

YouTube Preview Image

1. ให้เพื่อนไปช่วยถ่ายรูป Pre wedding ดีไหม

เหตุผลง่าย คือ ผมต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับช่างถ่ายรูปครับ เพราะเพื่อนกันยังไงก็ไม่กล้าเก็บเงินเราหรอก เอิ๊กๆ… แต่ผมเจอปัญหาใหญ่เลยครับ คือ ต้องหาชุดไทยใส่เพื่อให้เข้ากับเรือนไทยที่ผมอยากไปถ่าย เจอปัญหานี้เข้าไปมึนตื้บเลยครับ จะไปเช่าที่ไหน เลือกแบบไหนที่ทันสมัยและดูดี ต้องดูแลรักษาอย่างดี ฯลฯ และอีกปัญหา คือ เรื่องช่างแต่งหน้าครับ จะให้เพื่อนไปช่วยแต่งก็เกรงใจครับ เพราะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์และต้องตื่นแต่เช้าด้วย ผมนั่งดีดลูกคิดแล้วคิดว่า ถ้าเราไม่มีคนรู้จักที่ทำเกี่ยวกับร้านเช่าชุดหรือเป็นช่างแต่งหน้า เราควรตัดปัญหาด้วยการไปเลือกใช้บริการ Wedding Studio ดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวนี้มีให้เลือกมากมาย แต่ละที่พยายามแข่งขันกันด้วยโปรโมชั่นต่างๆ เราเพียงแค่ค้นหาแหล่งข้อมูลต่างๆจากในเว็บ เท่านี้เราก็จะมีสตูดิโอให้เลือกมากมายครับ

2. คุยรายละเอียดของ Package ให้ชัดเจน

หลังจากที่เราเลือกสตูดิโอได้แล้วขั้นตอนต่อมาที่เราต้องใส่ใจ คือ การเลือก Package เซลส์จะยื่นข้อเสนอต่างๆมาแบบจัดเต็มทุกอย่าง ได้รูปใหญ่ รูปเล็ก ใส่กรอบ ทำเป็น Photobook … ผมฟังไปก็สับสนไปครับเพราะมันเยอะเหลือเกิน ผมมีข้อแนะนำง่ายๆ คือ ให้เราปรึกษาแฟนก่อนครับว่าอยากได้อะไร เท่าไร แบบไหน เช่น ผมอยากได้ไฟล์รูปทั้งหมด รูปใหญ่หน้างานใส่กรอบ 1 รูป รูปเล็กใส่ซองหนังอีก 5 รูป ผมต้องการเท่านี้ก็แจ้งไปกับเซลส์ครับให้ช่วยตีราคามาให้ ถ้ามันเกินงบที่ตั้งไว้ก็อาจจะลองขอลดราคาเซลส์ดูก่อนครับ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เราตั้งไว้ ถ้าเรามีงบเยอะเราก็จะได้รูปที่เป็น props เอาไว้ตกแต่งหน้างานเยอะกว่าชาวบ้านครับ

3. หิ้วเพื่อนไปด้วยได้ไหมในวันถ่าย

อันนี้เราต้องคุยกับสตูดิโอให้ชัดเจนนะครับ เพราะบางสตูดิโอเค้าถือว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าถือป็นลิขสิทธิ์ของเขา จึงไม่อนุญาติให้คนภายนอกไปด้วยหรือไปได้ก็ห้ามเอากล้องถ่ายรูปไปถ่าย (จุ๊ จุ๊ อาจจะกลัวว่าเดี๋ยวขายรูปได้น้อยลง) มองในมุมของลูกค้าก็อยากจะเก็บวีดีโอบรรยากาศระหว่างการถ่าย Pre wedding เก็บเอาไว้ เพราะชุดก็สวย สถานที่ก็แจ่ม และชีวิตนึงน่าจะมีโอกาสถ่ายได้แค่ครั้งเดียว เราต้องพยายามขอทางสตูดิโอให้ได้ครับ เพราะมีหลายเจ้าก็อนุญาติครับ (จากประสบการณ์ที่ผมได้เคยไปถ่ายวีดีโอเบื้องหลังมา) ถ้าไม่ได้จริงๆมี 2 ทางเลือกครับ คือ เปลี่ยนสตูดิโอหรือไม่ก็ต้องยอมเขาไปครับ

4. เลือกสถานที่ถ่ายรูปให้ถูกใจ

อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยครับ และขึ้นอยู่กับงบประมาณของเราด้วยครับ ค่าเช่าของแต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน เราจะต้องโทรไปสอบถามก่อนครับว่าราคาเท่าไร ถ่ายได้บริเวณไหนบ้าง ระยะเวลาการถ่ายกี่ชั่วโมง มีห้องแอร์สำหรับแต่งหน้าให้ไหม ห้องน้ำบริเวณใกล้เคียงมีหรือเปล่า บางคนชอบแนวไทยๆแบบผมก็ต้องเลือกสถานที่แบบเรือนไทย เช่น มหิดลศาลายา บางคนชอบแนวธรรมชาติ ป่าไม้สีเขียว ก็อาจจะป็นที่พุทธมณฑล ส่วนถ้าใครชอบบรรยากาศริมทะเล ก็อาจจะเลือกไปถ่ายตามเกาะต่างๆ แต่แบบนี้ค่อนข้างจะใช้งบประมาณสูงครับ พอเราได้สถานที่แล้วต่อมาเราก็จะทำการเลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่นั้นๆ โดยสตูดิโอจะเป็นคนเลือกชุดมาให้เราลอง ถูกใจแบบไหนก็เลือกแบบนั้นโลดครับ

5. เตรียมสิ่งของต่างๆให้พร้อมเพรียง

ของบางอย่างเราต้องเตรียมไปเองครับ เช่น เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า และที่สำคัญ คือ เสบียงครับ เราต้องจัดเตรียมให้พร้อม เพราะส่วนมากเราจะไปถ่ายในวันเสาร์อาทิตย์ ร้านค้าในสถานที่นั้นอาจจะปิดทำการ หรือบางสถานที่อาจจะอยู่ห่างไกลจากร้านค้าพอสมควร น้ำก็เป็นสิ่งสำคัญครับ การถ่ายรูป Pre wedding ในหลายฉากจะเป็นการถ่ายแบบ outdoor ซึ่งเราหนีไม่พ้นแดดร้อนแน่นอน ทำให้เราต้องพกร่มไปด้วยนะครับ เผื่อต้องใช้ขณะที่รอช่างภาพกำลังจัด composition อยู่ แสงแดดใช่ว่าจะมีแต่โทษนะครับ ประโยชน์ของมันคือทำให้ท้องฟ้าสดใส ถ่ายรูปออกมาแล้วดูดีกว่าฟ้าครึ้มนะครับ

6. โพสท่าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การโพสท่าถ่ายรูปเราจะยืนหรือนั่ง ทำท่าทางแบบไหน วางมือวางไม้อย่างไร เป็นเรื่องที่ช่างถ่ายรูปต้องแนะนำให้ครับ ผมขอแนะนำท่าทางแบบคร่าวๆจากครับ เป็นหลักการโพสท่าถ่ายรูปแบบพื้นฐาน คือ

- การยืนถ่ายไม่ควรวางเท้าเสมอกันเหมือนการยืนเคารพธงชาติ ให้วางเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ด้านหน้าเอียงประมาณ 45 องศา ส่วนเท้าด้านหลังให้เอียงไปตามทิศทางเท้าด้านหน้า

- การวางมือ ควรจะวางมือให้เป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง หรืออาจจะเอามือประสานกัน อาจจะมี props เป็นสิ่งของต่างๆเอาไว้ถือ เช่น ดอกไม้ แว่นตา

- ทิศทางสายตา อาจจะมองไปยังกล้อง หันหน้าเข้าหากัน หรือมองไปยังทิศทางอื่นเพื่อสื่อถึงอารมณ์ที่กำลังสนใจสิ่งนั้นๆร่วมกันอยู่

- คำว่าอกผายไหล่ผึ่งสามารถนำมาใช้ได้เลยครับทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในการถ่ายรูป Pre wedding เพราะจะทำให้ตัวแบบดูมีพลังมากยิ่งขึ้น ไม่ดูอึดอัด

เราอาจจะบอกสไตล์ภาพที่ชื่นชอบกับช่างภาพก่อน เพื่อให้ช่างภาพได้มีการจัดวางตำแหน่งการถ่าย เตรียม props ต่างๆ รวมทั้งการจัดแสงไฟให้เหมาะสมกับสไตล์ภาพแบบนั้น เช่น ภาพแนว Vintage แนว HDR เป็นต้น

7. สนุกไปกับมันแล้วรอยยิ้มแบบธรรมชาติจะตามมา

ในขณะถ่ายให้เรานึกถึงบรรยากาศที่เรามีกำลังฮันนีมูนด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วเราก็จะได้ภาพที่มีรอยยิ้มแบบธรรมชาติออกมา ข้อนี้ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ในสถาการณ์จริงแล้วอาจจะไม่ง่ายสำหรับใครบางคนรวมทั้งผมด้วย นิสัยผู้ชายส่วนใหญ่จะเป็นเสือยิ้มยากอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องพยายามครับเพราะโอกาสที่เราจะได้แต่งหน้าสวยๆพร้อมกับเครื่องแต่งกายที่เข้ากัน โดยมีช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปให้ โอกาสนี้คงไม่ได้มีบ่อยๆครับเพราะฉะนั้นต้องทำให้ดีที่สุดครับ

เพื่อนๆคนไหนที่เตรียมตัวถ่ายรูป Pre wedding ก็อย่าลืมข้อแนะนำต่างๆที่ผมได้แบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังครับ ลองนำมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆของตัวเอง มันจะช่วยทำให้การถ่ายรูป Pre wedding เป็นเรื่องสบายๆที่หลายคนคาดไม่ถึงครับ

You may also like...