สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการถ่ายวีดีโอ

ในปัจจุบันการถ่ายวีดีโอได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายวีดีโอมีขนาดเล็กลง พกพาสะดวก ราคาไม่แพงและยังมีคุณภาพสูง เช่น พวก Smartphone ต่างๆจะมีกล้องวีดีโอติดมาให้ด้วย และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย สื่อวีดีโอทำให้รับรู้ถึงบรรยากาศของงานได้ดีกว่าภาพถ่าย ทำให้สื่อชนิดนี้เป็นที่นิยมกันแพร่หลายมากขึ้นจากจำนวนวีดีโอที่อัพโหลดผ่าน Youtube ในแต่ละวัน แต่มีใครจะรู้ไหมว่า การถ่ายวีดีโอให้ประโยชน์หลายอย่างกับผู้ถ่าย ลองมาติดตามดูกันครับ

การถ่ายวีดีโอเป็นงานอดิเรกชนิดหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบรวมทั้งผม นอกจากความสุขที่เกิดจากการได้ลงมือถ่ายแล้ว สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการถ่ายวีดีโอ คือ

1. รู้จักการวางแผน ก่อนการถ่ายวีดีโอทุกครั้ง เราจะต้องศึกษาว่างานนั้นเป็นงานอะไร มีกิจกรรมอะไรที่เป็นไฮไลต์ของงาน อุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็น เราจะถ่ายวีดีโออย่างไรให้ออกมาดูดีที่สุด ทั้งหมดทั้งปวงขึ้นอยู่กับการศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆทั้งทางอินเตอร์เน็ต จากเพื่อนๆในวงการ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวางแผนประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานของเรา

2. รู้จักการมีมนุษย์สัมพันธ์ เมื่อเราไปถ่ายวีดีโอหน้างาน เราจะเจอกับคนไม่รู้จักมากมายทั้งเจ้าของงาน ญาติพี่น้องของเจ้าภาพ เพื่อนๆของเจ้าภาพ ในการถ่ายวีดีโอบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเรา เราจะต้องรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน กล่าวคำพูดขออนุญาติในการถ่ายวีดีโอบุคคลแต่ละท่าน จะทำให้เราได้ภาพที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติและสามารถเรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ออกมาได้ ส่วนในกรณีที่เราถ่ายวีดีโอแบบ candid เราก็พยายามเลือกถ่ายในช็อตที่ดูดี เช่น การพูดคุยทักทายกันระหว่างญาติๆ เพื่อนยืนถ่ายรูปเล่นกับสิ่งของต่างๆในงาน

3. รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลายๆครั้งเมื่อเราวางแผนมาอย่างสมบูรณ์ก็จริง แต่ก็อาจจะเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เช่น ผมเคยเจอปัญหาเรื่องการบันทึกเสียงงานแต่งงานในโบสถ์ เนื่องจากว่าทางบาทหลวงไม่อนุญาติให้นำเครื่องบันทึกเสียงไปต่อกับ mixer ของทางโบสถ์ได้ ผมต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการเอาไมโครโฟนแบบพกพาของผม (Digital Audio Recorder) ไปมัดไว้กับขาตั้งไฟแล้วเอาไปตั้งจ่อกับลำโพงของทางโบสถ์ ซึ่งก็ทำให้ได้เสียงของงานที่ดีกว่าเสียงที่ได้จากกล้องวีดีโอโดยตรง ประสบการณ์ในการทำงานจะช่วยสอนเราว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

4. สอนให้มีความคิดสร้างสรรค์ วิธีการถ่ายวีดีโอในแต่ละช็อตมีหลากหลายรูปแบบ เราจะต้องคิดว่าจะถ่ายอย่างไรถึงจะดูดีที่สุดในสถานการณ์ในขณะนั้น เช่น การถ่ายช่อดอกไม้ ถ้าเราถ่ายไปดื้อๆโดยไม่ได้จัดแต่งอะไร ความสวยงามก็จะมีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราพยายามจัดวางตำแหน่งใหม่ โดยอาจจะหา background สีพื้นๆหรือโล่งๆจะทำให้ดอกไม้ของเราดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

5. สอนให้เรามีความอดทน ในการถ่ายวีดีโอบางครั้งเราอาจจะต้องไปยืนถ่ายวีดีโอกลางแจ้งเพื่อให้ได้องค์ประกอบภาพที่ดี หรือเราจะต้องเดินสำรวจบริเวณรอบๆงานทั้งหมด ว่ามีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจบ้างที่เราจะต้องถ่ายเก็บเอาไว้ ผมยึดถือคติว่าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือครับ ความสุขที่เกิดขึ้นจากการได้ถ่ายวีดีโอช็อตสวยๆมันทำให้ความเหนื่อยหายไปครับ และการตัดต่อวีดีโอในแต่ละงานต้องใช้ความละเอียดพิถีพิถัน ทั้งเรื่องของภาพและเสียงจะต้องนำมาปรุงแต่งกันให้กลมกลืน

6. เปิดกะโหลกให้กว้างขึ้น กิจกรรมบางอย่างเราอาจจะไม่เคยรู้เลยว่ามันคืออะไร เมื่อเราได้มีโอกาสเข้าไปถ่ายวีดีโอ เปรียบเสมือนเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติม เช่น ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายวีดีโอพิธีกรรมทางศาสนาพรามหมณ์ รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้พบเห็นพิธีการแปลกๆ ของไหว้ต่างๆที่ไม่เหมือนกับพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ได้เรียนรู้นิสัยของคนที่นับถือศาสนาพรามณ์

7. สอนให้เรารู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆ วีดีโอที่เราได้ดูจากสื่อต่างๆ เช่น ทีวี ภาพยนตร์ โฆษณา ผลงานบางชิ้นแสดงออกมาแค่ 2 นาทีแต่เบื้องหลังทั้งการถ่ายทำและตัดต่ออาจจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ ผลงานศิลปะมันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ไม่มีถูกหรือผิด มีแต่โดนหรือไม่โดน แต่สิ่งหนึ่งที่คนถ่ายวีดีโอรู้สึกคือความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจสำหรับคนอื่นๆก็ตาม

สำหรับผมการถ่ายวีดีโอถือเป็นงานอดิเรกที่ทำแล้วมีความสุข เราไม่จำเป็นต้องไปถ่ายวีดีโองานใหญ่โตอะไร หรือสร้างหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ที่มี Bruce Willis มาแสดง เพียงแค่เรามีความสุขกับสิ่งที่เราได้ลงมือทำ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับสำหรับการอยู่ในโลกใบนี้

 

You may also like...