ถ่ายวีดีโอมาแล้วเสียงเบา เสียงรบกวนเยอะ เลือกใช้ไมโครโฟนให้ถูกประเภทกันดีกว่า

เวลาไปรับถ่ายวีดีโอสิ่งที่เราควรคำนึงถึงไม่ใช่เฉพาะแค่ภาพเท่านั้น เพราะภาพสามารถสื่อสารได้แต่เฉพาะอารมณ์ในขณะนั้น สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องเสียง เพราะน้ำเสียงจะสื่อถึงความรู้สึกของผู้พูดว่ามีความรู้สึกยังไง รู้สึกดีใจ น้ำเสียงฟังแล้วก็สดใส รู้สึกเสียใจ น้ำเสียงฟังแล้วก็จะสั่นๆ ปัญหาที่พบบ่อยๆสำหรับมือใหม่ในการหัดถ่ายวีดีโอก็คือเรื่องของเสียง มีเสียงรบกวนมาก เสียงซ่า เราจะมีวิธีแก้ไขที่ถูกต้องอย่างไร เราจะมาทำความรู้จักประเภทของไมโครโฟนสำหรับรับถ่ายวีดีโอกัน ซึ่งจะเป็นไมโครโฟนภายนอก (External Microphone) เราจะมาดูชนิดและลักษณะของไมโครโฟนแต่ละประเภท แล้วเลือกให้เหมาะสมกับงานรับถ่ายวีดีโอ แล้วปัญหาต่างๆที่เกิดข้างต้นจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เรามาติดตามกันเลยครับ

วิธีการง่ายๆที่จะบันทึกเสียงจากกล้องวีดีโอให้ได้ยินเสียงชัดเจน คือ เราจะต้องเอากล้องถ่ายวีดีโอของเราไปวางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับแหล่งกำเนิดเสียงมากที่สุด แต่ในสถานการณ์จริงๆบางทีเราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เช่น เรารับถ่ายวีดีโองานแต่งงาน โดยอยากจะสัมภาษณ์แขกผู้ร่วมงาน เราอยากจะได้ยินเสียงของผู้ถูกสัมภาษณ์ที่ชัดเจนแต่ในงานขณะนั้นก็มีการเปิดเพลงบรรเลงในงานไปด้วย ซึ่งเราไม่สามารถเลี่ยงข้อจำกัดนี้ได้ จึงต้องใช้ Wireless Microphone ช่วยในการสัมภาษณ์

กล้องถ่ายวีดีโอจะมีไมโครโฟนที่ติดมาพร้อมกับกล้องที่เราเรียกว่า Built-in Microphone ซึ่งมีลักษณะเป็น Stereo Microphones คือ แยกเสียงเป็นซ้าย – ขวา ไมโครโฟนที่ติดมากับกล้องจะมีคุณภาพแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วเหมาะสำหรับไว้ใช้ถ่ายวีดีโอแบบ Home Video เท่านั้น ถ้าเราต้องการรับถ่ายวีดีโองานต่างๆเราควรจะใช้ไมโครโฟนภายนอกติดตั้งเสริมครับ

กล้องถ่ายวีดีโอรุ่นใหม่ๆจะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ไว้สำหรับต่ออุปกรณ์เสริม ซึ่งจะอยู่ด้านบนของตัวกล้อง เป็นช่องไว้สำหรับต่ออุปกรณ์ภายนอกที่เรียกว่า Hot shoe ซึ่งปกติเราจะไว้ใช้สำหรับต่อไมโครโฟนภายนอก (External Microphone) หรือต่อกับไฟติดหัวกล้อง ปกติจะมี Hot shoe แค่ช่องเดียวครับ แต่ถ้าต้องการใส่อุปกรณ์เสริมมากกว่า 1 ชิ้นก็ซื้อตัว Hot shoe extension มาเพิ่มครับก็จะติดอุปกรณ์ได้มากขึ้น

กล้องถ่ายวีดีโอทั่วๆไปจะมีพอร์ตไว้สำหรับต่อไมโครโฟนภายนอกครับ สามารถดูได้จากสเปกของกล้องหรืออาจจะดูจากที่ตัวกล้องได้เลยครับ จะเป็นรูกลมสีแดงมีตัวหนังสือว่า MIC หรือเป็นสัญลักษณ์ไมโครโฟนครับ

กล้องถ่ายวีดีโอบางยี่ห้อ เช่น Sony จะมีอุปกรณ์เสริมไมโครโฟนภายนอกเฉพาะตัวบางรุ่นที่ต่อเข้ากับ Hot shoe โดยไม่ต้องต่อสายจากไมโครโฟนเข้ากับตัวกล้องถ่ายวีดีโอเลย ข้อดี คือ ไม่มีสายให้เกะกะครับ แต่ข้อเสียก็ คือ มีรุ่นให้เลือกน้อยครับ แถมมีราคาแพง คุณภาพปานกลางครับ

เรามาดูกันดีกว่าครับว่ามีไมโครโฟนประเภทไหนบ้าง มีลักษณะอย่างไร และควรเลือกใช้ในสถานการณ์ไหนครับ

ไมโครโฟนแบ่งตามลักษณะการทำงาน ได้ออกเป็น 2 ชนิดครับ คือ

1. Dynamic Microphones

- สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองไม่ต้องใช้ไฟฟ้าช่วย

- มีความไวเสียงต่ำ รับช่วงความถี่เสียงได้แคบ

- ข้อดี คือ เสียงรบกวนจะเข้ามาน้อยเพราะรับช่วงความถี่เสียงได้แคบ ส่วนข้อเสียก็คือ รับช่วงความถี่เสียงได้แคบทำให้ต้องเพิ่มความดังของเสียง ส่งผลให้เสียงรบกวนเข้ามาเยอะ

- ส่วนมากใช้ในการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ

2. Condenser Microphones

- สามารถทำงานได้โดยใช้ไฟฟ้าช่วย ในกล้องถ่ายวีดีโอรุ่นโปรจะมีปุ่มที่เขียนว่า +48V Phantom power เพื่อใช้กับไมโครโฟนประเภทนี้

- มีความไวเสียงสูง สามารถรับช่วงความถี่เสียงได้กว้างกว่า

- ข้อดี คือ เสียงที่ได้รับจะมีความชัดเจน แต่ก็ส่งผลให้มีเสียงรบกวน (noise) มากตามไปด้วย

- ส่วนมากใช้กับงานแสดงดนตรี การบรรเลงเพลงต่างๆ

ไมโครโฟนแบ่งตามพื้นที่ (Pattern) การรับเสียง

1. Omnidirectional Microphones

- มีพื้นที่การรับเสียงทุกทิศทางรอบตัวไมโครโฟน

- เหมาะสำหรับใช้เก็บเสียงบรรยากาศในสถานที่นั้นๆ เพื่อนำมาตัดต่อวีดีโอร่วมกับเสียงชนิดอื่นๆ

2. Directional Microphones

- มีพื้นที่การรับเสียงตามทิศทางของสเปกไมโครโฟน โดยสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น Cardioid, Super Cardioid

- เหมาะสำหรับถ่ายวีดีโอทำหนังสั้น ละคร งานแสดงต่างๆ

ไมโครโฟนแบ่งตามลักษณะรูปร่างและการใช้งาน

1. Handheld Microphones มันก็คือไมโครโฟนที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ร้องคาราโอเกะทั่วๆไป มีทั้งแบบที่เป็น Dynamic และแบบ Condenser

2. Shotgun Microphones มีลักษณะรูปร่างเรียว ยาว เป็นแบบ Directional Microphones นิยมใช้ไมโครโฟนประเภทนี้เป็นไมโครโฟนภายนอกติดกับ Hot shoe บนกล้องถ่ายวีดีโอ เพราะมีพื้นที่การรับเสียงมาจากทางข้างหน้าเป็นหลัก ส่วนมากจะมีลักษณะเป็นแบบ Condenser Microphones ซึ่งจะมีราคาแพงพอสมควร เหมาะสำหรับการรับถ่ายวีดีโองานต่างๆ

3 Lavalier Microphone เป็นไมโครโฟนขนาดเล็กใช้ติดกับปกเสื้อสำหรับผู้ถูกสัมภาษณ์ มีทั้งแบบมีสายและไม่มีสาย แบบไม่มีสาย (Wireless) จะมีราคาแพงมาก ข้อดีของไมโครโฟนประเภทนี้ คือ ตัวไมโครโฟนอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดเสียง ทำให้คุณภาพเสียงดี สามารถซ่อนไมโครโฟนได้ง่าย แต่ก็มีข้อเสีย คือ ระบบไร้สายอาจจะเกิดสัญญาณรบกวนได้ ยิ่งถ้าเราใช้ไมโครโฟนแบบ Lavalier Wireless Microphones หลายๆตัวสำหรับหลายๆคน การติดตั้งระบบจะค่อนข้างซับซ้อน และที่สำคัญไมโครโฟนชนิดนี้ค่อนข้างจะกินแบตเตอรี่ครับ ข้อแนะนำในการเลือกซื้อ Wireless Microphone คือ ควรเลือกที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน UHF ครับเพราะจะมีความเสถียรมากกว่าคลื่นความถี่ VHF ครับแต่มันก็จะมีราคาแพงมากกว่าด้วยครับ

เรารู้จักไมโครโฟนเพิ่มมากขึ้นแล้วครับ รับถ่ายวีดีโอคราวหน้าก็อย่าลืมเลือกใช้ชนิดของไมโครโฟนให้ตรงกับประเภทของงานครับ จะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีมากขึ้นครับ ผมสรุปไว้ให้แล้วครับในตารางครับ คราวต่อไปผมจะขอแนะนำวิธีง่ายๆในการจัดการเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากการถ่ายวีดีโอของเราครับ ด้วยโปรแกรม Freeware ที่ใช้งานง่ายๆครับ สามารถเพิ่มความดังของเสียงก็ได้ ตัดเสียงรบกวน เสียงซ่าก็ได้ แถมยังใช้งานง่ายและฟรีด้วยครับ อธิบายแบบจับมือทำเหมือนเคยครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ ^ ^ มีอะไรแนะนำหรือจะมาร่วมพูดคุยกันเรื่องการถ่ายวีดีโอและการทำ Presentation ได้ครับที่ https://www.facebook.com/DIYPresentation


You may also like...