7 เทคนิคการรับถ่ายวีดีโองานแต่งงาน

1. ทำการตรวจสอบกล้องถ่ายวีดีโอและอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ในงานแต่งงานให้พร้อม โดยจัดทำเป็น checklist เอาไว้จะได้ไม่ลืม

2. เมื่อถึงวันงานแต่งงาน ให้ไปถึงก่อนงานประมาณหนึ่งสองชั่วโมง เพื่อตรวจสอบดูสถานที่การตั้งไฟต่อเนื่องที่ใช้สำหรับถ่ายวีดีโอ จุดสำหรับเสียบปลั๊กไฟต่างๆ เตรียมเครื่องบันทึกเสียงพิธีการแต่งงานบนเวที และมีการซักซ้อมพูดคุยกำหนดการงานต่างๆที่จะเกิดขึ้นในงานแต่งงาน จะได้วางแผนการถ่ายวีดีโอกับผู้ช่วยได้ถูกต้อง

3. การถ่ายวีดีโองานแต่งงานมีรูปแบบการถ่าย 2 ลักษณะ คือ

- แบบ documentary style ถ่ายวีดีโอเก็บทุกบรรยากาศ ตั้งแต่พ่อแม่พี่น้อง ญาติๆ เพื่อนๆ รวมทั้งสิ่งของตกแต่งประดับประดาในงานแต่งงาน
เทียบเป็นสัดส่วนประมาณ คู่บ่าวสาว 60% ครอบครัวและญาติๆ 25% เพื่อนๆ 10% สิ่งตกแต่งในงาน 5% และในช่วงพิธีการบนเวทีจะมีการเก็บรายละเอียดครบทั้งหมด

- แบบ cinematography เน้นถ่ายวีดีโอเฉพาะคู่บ่าวสาว โดนเน้นอารมณ์เป็นหลัก ประมาณ 90% ที่เหลืออีก 10% เป็นครอบครัว แขกที่มาร่วมงาน และสิ่งของตกแต่งประดับประดา โดยในช่วงพิธีการบนเวทีจะถ่ายวีดีโอเฉพาะช่วงไฮไลท์

ต้องสอบถามทางคู่บ่าวสาวก่อนว่า ต้องการรูปแบบการถ่ายและตัดต่อวีดีโอแบบไหน

4. เมื่องานแต่งงานเริ่ม พยายามถ่าวีดีโอให้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งในส่วนลงทะเบียนหน้างาน การถ่ายรูปงานแต่งงานหน้าซุ้ม บรรยากาศครอบครัวของคู่บ่าวสาว สิ่งตกแต่งประดับประดาในงานแต่งงาน การถ่ายวีดีโอแบบ candid ของแขกผู้มาร่วมงานแต่งงาน และที่สำคัญ คือ พิธีการต่างๆบนเวทีงานแต่งงาน ต้องถ่ายวีดีโอเก็บรายละเอียดมาให้ครบ ตั้งแต่ประธานกล่าว คล้องพวงมาลัยแต่งงาน การยกแก้วอวยพรคู่บ่าวสาว การสัมภาษณ์คู่บ่าวสาว พิธีตัดเค้กแต่งงาน พิธีโยนดอกไม้

5. ระหว่างถ่ายวีดีโอให้ตรวจสอบการตั้งค่าอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง exposure + white balance + focus

6. มีทักษะในการดึงดูดอารมณ์คนให้มีส่วนร่วมในขณะถ่ายวีดีโองานแต่งงาน ทำให้วีดีโอที่ได้มีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ใช่กลายเป็นวีดีโอสารคดีแข็งๆ เช่น มีการเชิญชวนให้แสดงท่าทางต่าง เช่น โบกมือให้กล้อง ยิ้ม ทำท่าแอ็บแบ๊ว มีการใช้อุปกรณ์เสริม เช่น flycam เพื่อที่จะได้มีลูกเล่นในการถ่ายวีดีโอแขกเป็นกลุ่มมากขึ้น

7. ตรวจสอบคุณภาพเสียงที่ได้จากเครื่องบันทึกเสียงอย่างสม่ำเสมอ ในงานแต่งงานไม่ใช่แค่ภาพที่มีความสำคัญ เสียงที่ได้จากการบันทึกช่วงพิธีการบนเวทีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ภาพในวีดีโอจะให้อารมณ์ ส่วนเสียงจะบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ได้รับในงานแต่่งงาน

You may also like...